2007/Oct/09

วันนี้เข้ามาแล้วตกใจหมดเลย ว่าทำไมที่ลงไว้หายไปหมด หลังจากที่ exteen เข้าไม่ได้ไปเมื่อเช้า กลับมาไม่รู้ฟิคหายไปได้ยังไง งั้นขอลงใหม่ละกันค่ะ 

 

[Chapter I : นักรบสาว วาลคีรีออน ปรากฎตัว]

Phase I : พานพบ 

เพล้ง!!!! ก๊องๆๆ

กรี๊ดดดด

     เสียงขวดแก้วกระทบพื้นแตกดังลั่น ตามด้วยเสียงถาดหล่นกระทบพื้น พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจกลัวดังขึ้น ณ สถานที่ภายในโรงเหล้าอันเสื่อมโทรม อันซึ่งกลิ่นแอลกอฮอล์เหม็นฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วอาณาเขต มีบางสายตาจับจ้องไปดูเหตุการณ์ นอกเหนือจากบางคนที่อาจจะได้ยินเป็นกิจวัตรอยู่แล้วจึงทำเพิกเฉยเหมือนไม่มีอะไร

 

หิๆๆ อะไรกันจ๊ะน้องสาว แค่นี้ทำเป็นร้องเสียงหัวเราะอันน่าเกลียดปนหื่นกามของเจ้าอ้วนร่างยักษ์ตัวโต ที่กำลังขยุกขยิกนิ้วมือที่เพิ่งไปจับต้องของสำคัญของบริกรสาวที่เพิ่งเผลอทำถาดใส่แก้วตกพื้นไปเมื่อกี๊นี้เอง

ม....ไม่นะ อย่า....เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดูจากรูปร่างหน้าตาไม่น่าเกินสิบเจ็ด กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว เธอพยายามขอร้องไม่ให้เจ้าตัวโตทำอะไรเธอ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลนัก สายตาของมันและลูกน้องอีกห้าหกคนราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย ในขณะที่คนรอบข้างไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือเธอ สำหรับบางคนมันถือว่าก็ไม่ใช่เรื่องอยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับสถานที่อโคจรเช่นนี้ หรืออีกเหตุผลที่ชัดเจนกว่าก็คือ ทุกคนรู้กันดีว่าเจ้าช้างตัวสูงเกือบสองเมตรนี้ เป็นเจ้าถิ่นที่ไม่มีใครกล้าแหยม บางทีที่ว่าเข็มขัดที่รัดไม่ค่อยอยู่ของมันถักมาจากเส้นผมของคนที่ตกเป็นเหยื่อของแขนยักษ์นับร้อยคนอาจไม่เกินจริงมากไปนัก

 

     แต่สำหรับฉัน มิเนอร์ว่า ราชินีแห่งความยุติธรรม คนนี้แล้ว คงจะใจร้ายเกินไปหากจะไม่เหลียวแล จริง ๆ ชั้นมีเหตุผลของฉันเอง ไม่เช่นนั้นคงไม่มานั่งอยู่ในสถานที่อับกลิ่นไม่พึงประสงค์แบบนี้ ทั้งที่ไวน์ชั้นเลิศที่กองบัญชาการยังมีดีกว่าที่นี่เยอะ แต่ถึงนี่มันจะนอกเรื่อง ไหน ๆ ก็มีคนตั้งฉายาให้ฉันแล้ว จะให้เสียชื่อก็กระไรอยู่

 

เพล้ง!

โอ๊ยยย!” เสียงร้องของเจ้ายักษ์ ลั่นขึ้นทันทีที่แก้วไวน์ถูกขว้างเข้าใส่หัวจนแตก ทั้งแก้วทั้งหัวคน ทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่ามีคนกล้าบ้าบิ่นขนาดท้าทายเจ้าคุมถิ่น

หมูจะหามดันเอาคานเข้ามาสอด ใครวะ ใคร!”

 

     เจ้าหมูตอนท่าทางโกรธจัด มันแกว่งหัวมองหาคนที่เล่นงานมัน ก็คือชั้นนี่แหละ แต่เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ใช่ที่ไหนกัน แก้วก็ยังอยู่ในมือฉันนี่ เหล้ารสเห่ยนี่ก็ยังอยู่ในแก้วอยู่เลย แล้วใครกันล่ะ ใครกล้าถึงขนาดตัดหน้าเรา ไม่สิ ที่แบบนี้มีใครเป็นสุภาพบุรุษหรือเรียกอีกมุมว่า บ้าพอ ที่จะเล่นเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรมอยู่ด้วยเหรอ

 

ชั้นเอง!” มาแล้ว เสียงนั่น เสียงของคนที่ท้าทายเจ้ายักษ์หมูตอน แต่เอ๊ะ เสียงแบบนี้มันผู้หญิงชัด ๆ จะบ้าเหรอ

 อะไรกันวะ นี่แกเจ้ายักษ์หันไปหาร่างที่สวมผ้าคลุมปิดบังกายทั่วร่าง ที่น่าจะเป็นเจ้าของเสียง และก็คงใช่จริงด้วย แต่ก็ยังดี ที่บริกรสาวคนนั้นถือโอกาสนี้วิ่งหนีเข้าไปหลังประตูแล้ว เพราะเจ้ายักษ์และลูกน้องมันมัวแต่สนใจหญิงห้าวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนั่น

เสียงแบบนี้มันผู้หญิงนี่ เธอเป็นใครลูกน้องคนนึงของเจ้ายักษ์ชี้หน้าถามเสียงดัง ในความคิดของมันก็คงคิดว่าเธอคนนั้นเป็นแค่สตรีเพศแต่ดันรนหาที่

หนอย เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่เล่นทำตัวเป็นผู้ผดุงคุณธรรมรึไงเจ้ายักษ์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงมีน้ำโห พูดไปสำหรับฉันมันก็เหมือนโดนตัวเองไปด้วย 

เปล่า.... แค่ไม่ชอบขี้หน้าพวกแกผู้หญิงคนนั้นตอบ ขณะที่มือกำผ้าคลุมเอาไว้ และดึงมันโยนทิ้งไป

และก็ สิ่งที่พวกแกทำมันเห็นแล้วหงุดหงิด

     ไม่น่าเชื่อ เธอคนนั้นจะพูดจาได้ราวกับชายอกสามศอก น้ำเสียงนั่นฟังดูเหมือนเธอจะไม่รู้สึกกลัวเจ้าอ้วนนั่นเลยสักนิด เธอเป็นสาววัยรุ่นที่อายุน่าจะอย่างต่ำก็สิบเจ็ด ผมสีบลอนด์ยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีฟ้า สวมใส่ชุดที่โชว์รูปร่างที่ดูเพรียวโค้งเว้าชัดเจน เพราะมีเพียงเกาะอก เสื้อตัวนอก ผ้าคาดหัว และกางเกงยีนส์เก่า ๆ ขาด ๆ พร้อมเข็มขัดเท่านั้น สิ่งที่ดูเป็นอาวุธได้ก็คือ ดาบซามูไรเล่มยาวประมาณ 70 ซม.กว่า ๆ  ที่อยู่ในฝักที่เธอพกไว้ที่เอวซ้าย เธอคนนี้เป็นนักดาบหญิงงั้นหรือนี่

 

น....หนอย... เป็นผู้หญิงแค่มีดาบอย่าซ่านักเจ้ายักษ์ดูท่าทางจะโกรธมากที่โดนขัดความสุข จึงออกคำสั่งลูกน้องทันที

พวกเรา สั่งสอนความเป็นหญิงให้มันหน่อยซิ

      พวกลิ่วล้อของเจ้าถิ่นพากันส่งเสียงรับพร้อมทั้งรุมถลาเข้าหานักดาบหญิง จริง ๆ ก็อยากเข้าไปช่วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันคนนี้เฝ้าดูฝีมือของเธอก่อนน่าจะดีกว่า ว่ากันว่าพวกซามูไร นักรบจากดินแดนตะวันออกไม่ชอบให้คนอื่นยุ่งกับการต่อสู้ของตัวเองนัก ตอนนี้ฉันคงทำได้เพียงมองเธอผ่านกรอบแว่นนี่อย่างคลาดสายตาไม่ได้เท่านั้น 

ย่าห์!” เสียงตะโกนแบบนี้แหละ ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ของพวกนักสู้ตะวันออก แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เธอคนนั้นไม่ได้ชักดาบออกมาตามวิสัยนักดาบ แต่กลับเตะ! เท้าของเธอที่สวมรองเท้าหนังกระแทกใส่หน้าของอันธพาลคนนึงเต็ม ๆ  ขณะเดียวกับที่เธอก็หลบการโจมตีของพวกมันคนอื่นอย่างคล่องแคล่ว และแจกทั้งหมัดและเตะ วิธีการต่อสู้ของเธอไม่เพียงแต่ดูมีพลังอย่างเดียว แต่บางจังหวะก็มีความอ่อนช้อยแฝงอยู่ เมื่อเธอเอี้ยวตัวหลบปากฉลามและจับแขนมันโยนทุ่มไปทางบาร์เทนเดอร์ที่เดิมเพิกเฉยแต่คราวนี้ต้องวิ่งหลบ ดูจากท่อนแขนแล้ว แสดงว่าที่เธอทำได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงจากอันธพาลคนนั้นด้วย แม้แต่มิเนอร์ว่าคนนี้แม้จะรู้จักศาสตร์ทำนองนี้แต่ก็เพียงผิวเผินเท่านั้น

 

ย๊ากกกกก

กะแอ้กกกก

     หมัดเสยของเธอกระแทกคางของลิ่วล้อที่น่าจะเป็นคนสุดท้ายจนผงะถอยหลังและล้มทรุดลง เหมือนจะเหลือเพียงแค่ตัวหัวหน้า ไม่สิ ยังมีอีก

 

ข้างหลัง!” ฉันตะโกนเรียกเตือนเธอไปโดยไม่รู้ตัว เพราะลูกน้องมันอีกคนกำลังเงื้อเก้าอี้จะฟาดเธอจากข้างหลัง

 

ฮ่าห์!” เด็กสาวนั่นหันกลับไปต่อยเก้าอี้ไม้นั่นจนพังไม่มีชิ้นดี ชนิดที่ว่าฉันเองไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงอะไรจะมีแรงมากมายมหาศาลขนาดนั้น

ติดกับแล้ว

หา!”

 

     แต่เธอพลาดไป เจ้านั่นมันแค่ใช้เก้าอี้เป็นนกต่อ แล้วกระโจนเข้าไปจับด้ามดาบที่พกอยู่ที่เอวซ้าย หมายจะดึงออกมาจัดการเธอเอง

เสร็จล่ะแม่สาวน้อย ฮะ..เฮ้ย!” ขณะที่เจ้าหน้าเหียกเหมือนหัวไชเท้าแต่สะเออะไว้ผมทรงพังค์กำลังจะดึงดาบ เหมือนมันจะตกใจอะไรบางอย่าง ไม่ทันไรก็

 อุ๊ก!” ดูเหมือนว่ามันจะโดนเข่าลอยของนักดาบสาวเข้าอย่างแรง มันเดินถอยห่างจากเธอไปได้เพียงสองสามก้าว ก็ต้องล้มทรุดลงกองกับพื้นอันสกปรก