ว่าแล้วไม่กี่วินาที กองทัพหมาหมู่ทั้งหลายก็เปิดฉากกระโจนเข้าจู่โจมใส่นักดาบสาวด้วยสารพัดอาวุธ แต่ว่าเธอก็ยังไม่คิดจะชักดาบออกจากฝักแต่อย่างใด ทว่าเธอกลับใช้ฟาดและทุบตีพวกมันจนพากันหัวแตกเลือดอาบ ทั้งที่ฝักดาบยังติดอยู่ ซึ่งทำให้มันเหมือนไม้กระบองอาบเลือดไปแล้ว เธอกวัดแกว่งอาวุธไปพร้อมกับกระโดดหลบหลีกการโจมตีไปด้วย บางครั้งเธอก็กระโดดขึ้นไปเหยียบหลังของอันธพาลตัวใหญ่โตที่โถมเข้ามาแล้วใช้เป็นแท่นยืนในการโจมตี และใช้แรงถีบตัวกระโดดออกมาทำให้เจ้ายักษ์ตัวนั้นหลังแทบหัก ทั้งที่ขาอ่อนที่โผล่จากยีนส์ขาด ๆ ดูค่อนข้างเพรียวแต่กลับแข็งแรงพอที่จะเตะพวกมันกระเด็นตกน้ำได้ง่าย ๆ แม้ว่าบางครั้งเธอก็เป็นฝ่ายถูกเล่นงานถึงตัวได้บ้างโดยที่หลบไม่พ้น แต่ก็โดนเพียงถาก ๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เรื่องจำนวนก็นับว่าทำให้เธอเสียเปรียบมาก
“พวกเราก็อย่ามัวเฉย พวกแค่นี้ไม่คณามือหรอก” มิเนอร์ว่าสั่งการลูกทีมทั้งสองให้ไปช่วย และไม่ลืมที่จะเป็นห่วงคนที่บาดเจ็บ “เอคิโดน่า ไหวมั้ย”
เอคิโดน่าพยักหน้าตอบ และใช้มือซ้ายชักปืนพกจากสายรัดเอว “แค่ข้างเดียวก็โอเค”
สาวผมสั้นยกปืนขึ้นลั่นไกยิงใส่พวกศัตรู โดยส่วนใหญ่นั้นเธอเน้นยิงใส่พวกที่มีปืนเพื่อขัดจังหวะอาวุธอันตรายของพวกมัน ซึ่งแต่ละนัดนั้นแม่นยำเหมือนจับวาง ราวกับว่าความเจ็บปวดที่ไหล่อีกข้างนั้นไม่ได้ส่งผลต่อสมาธิของเธอผู้ได้สมญาว่า “หมาป่าสีดำ” [Black Wolf] เท่าใดเลย
ทางด้านมิเนอร์ว่า ขณะที่รับมือกับพวกที่โถมเข้ามา ก็มีร่างผอมตัวหนึ่งหน้าตาเหยเกเหมือนเบ๊พวกโจรสลัดกระโดดเข้ามาใช้มีดคู่โจมตีเธอ ตอนแรกเธอจะเอนตัวหลบ แต่ทว่า.....
“แย่แล้ว รองเท้า” เพราะว่าเธอใส่ส้นสูง ทำให้การก้าวขาของเธอสะดุดและเสียหลัก ในขณะที่พยายามตั้งตัวทำให้ไม่สามารถหลบการโจมตีได้
“เคี้ยก ๆ เสร็จเรา!” มันหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมกับที่อาวุธของมันก็ฟาดเข้ามาใส่เธอที่ทำได้แค่หลับตายกแขนขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็รู้ว่าร่างเนื้อเปล่าจะไปกันของมีคมได้ยังไง แต่ทว่า แทนที่จะเกิดเสียงฟันฉัวะ กลับกลายเป็นดังแผละแทน และไม่ทำให้เธอเกิดแม้แต่ความเจ็บปวดใด ๆ
เมื่อหัวหน้าทีมวานาดีสรู้สึกเหมือนสัมผัสอะไรนิ่ม ๆ อ่อน ๆ แทนที่จะเป็นของมีคม ก็ลืมตาขึ้นดูด้วยความสงสัย ทว่าสิ่งที่ฟันลงมาไม่ใช่มีด แต่เป็นแค่ฟองน้ำถูตัวธรรมดา ๆ ในขณะที่คู่ต่อสู้ก็ทำหน้างุนงง
“ยืมมีดหน่อยนะค้า~~ คุณลุง” สาวน้อยร่างเล็กผู้มีความว่องไวดุจลิงลม ร้องตะโกนเรียกด้วยเสียงแจ่มใส ทั้งยิ้มหน้าตาจิ้มลิ้มดูไร้เดียงสา แต่ในมือถือมีดสั้นทั้งสองที่ฉกมาจากคนที่เธอเรียกว่าลุง ที่มัวแต่ตะลึงจนไม่รู้ตัวว่าเปิดช่องว่างให้...... โดนเตะจุดยุทธศาสตร์!!!!!
“ชาตินี้ไม่ต้องหาเมียกะเขาหรอก” มิเนอร์ว่ากล่าวถากถางหลังปล่อยท่าเด็ด ในขณะที่คู่ต่อสู้กำลังหน้าเขียวบิดเบี้ยวดูน่าเกลียดยิ่งกว่าเก่า และยังต่อด้วยถูกจับยกขึ้นเพราะน้ำหนักตัวที่น้อย“ไปเกิดใหม่ซะ!!!!” และแล้วก็โดนคุณเธอใช้เป็นอาวุธขว้างไปใส่พวกเดียวกันล้มโครมซะอย่างนั้น
“เพลงดาบสำนักอิจิมอนจิ สะบั้นเกราะ”ริวเน่จัดการพวกที่ยังไม่ล้มโดยใช้ปลายฝักดาบเล็งแทงไปยังข้อต่อของแต่ละตัวตามจังหวะและโอกาส ไม่ว่าจะเป็นใต้รักแร้ หลังต้นคอ ข้อต่อบริเวณแขนและขา ซึ่งล้วนแต่เป็นจุดตายทั้งสิ้นทำให้แต่ละตัวพากันล้มครืนโดยไม่ทันโต้ตอบ
ซึ่งซาซ่าเองก็ใช้วิธีแบบเดียวกัน หากแต่พวกนั้นโชคร้ายกว่าเพราะอาวุธที่สาวร่างเล็กใช้คือมีดคู่ที่แย่งจากพวกของมันนั่นเองและแล้วในที่สุด กองทัพหมาหมู่ก็โดนกวาดเรียบ นอนคลุกฝุ่นบนพื้นเป็นกอง ในสภาพที่แต่ละคนไม่ค่อยจะสมประกอบเท่าไหร่ บางคนก็ถูกฟันจนเลือดไหลเจิ่งพื้น บางคนยังไม่หมดสติแต่ก็ได้เพียงร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ไม่มีแรงลุกขึ้นยืน ที่ยังคงตั้งฉากกับพื้นอยู่ก็มีเพียงสี่สาวที่ได้รับบาดเจ็บกันเพียงคนละนิดละหน่อยเท่านั้น แต่เจ้าของเลือดที่เปื้อนเสื้อผ้าพวกเธอส่วนมากจะเป็นพวกที่นอนแอ้งแม้งกันนั่นแหละ
“เท่านี้ก็เรียบร้อย” ริวเน่ถอนหายใจพลางเช็ดคราบเลือดบนหน้าและตัว
“ว่าแต่ เธอเป็นใครกันน่ะ” เอคิโดน่าทักเนื่องจากไม่คุ้นหน้าตา“เธอคือริวเน่ ชั้นชวนเธอเข้ากลุ่มเมื่อตอนกลางวัน” มิเนอร์ว่าแย่งตอบแทนและหันไปถามด้วยหน้ายิ้ม “ตัดสินใจได้แล้วสินะ”
“เปล่า...” แม้จะเห็นสีหน้าเป็นมิตร แต่เธอก็ยังคงส่ายหน้าปฏิเสธเหมือนเดิม “ชั้นแค่มาหาเบาะแสพวกจักรวรรดิเท่านั้นแหละ ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันจะต้องเข้าร่วมกับพวกคุณ”
“นี่เธอ พูดดี ๆ หน่อย นี่หัวหน้าชั้นนะ” เอคิโดน่าเริ่มไม่ชอบใจกับท่าทีไม่สุภาพของริวเน่ แต่มิเนอร์ว่าก็ยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อน“พี่สาวก็ต่อสู้กับพวกจักรวรรดิเหมือน..... อ๊า!!!!!!!!!” ซาซ่าพูดไม่ทันขาดคำก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ
“อ๊ะ!” “ซาซ่า!!!!”
เมื่อทุกคนหันไปหา ก็พบว่าซาซ่าถูกร่างที่ปกคลุมด้วยชุดเกราะไฮเทคสีน้ำเงินจับไว้เป็นตัวประกันต่อหน้าพวกมิเนอร์ว่า ตรงส่วนหน้ากากของเกราะออกแบบเป็นหัวหมาจิ้งจอก ส่วนหูจิ้งจอกยื่นแหลมจนดูคล้ายเขามากกว่า บริเวณ ส่วนปลอกแขนและขาดูคล้ายอุ้งเท้าจิ้งจอก หากแต่ส่วนกรงเล็บที่ปลอกแขนขวามีลักษณะเป็นปากกระบอกปืนลำกล้องละ 20 mm เรียงต่อกัน และหากดูดี ๆ จะเห็นด้ามปืนยื่นมาให้มือจับ ส่วนเกราะไหล่ทั้งสองข้างมีลักษณะเป็นแฉกบริเวณขอบ บนบ่ามีลูกกลมใหญ่ประดับไว้ ส่วนหางหมาป่าที่หลังแยกเป็นสองซีกและตรงปลายเป็นปืนใหญ่ลำกล้องยาวตั้งบนหลังสองกระบอก ซึ่งพวกมิเนอร์ว่ารู้จักดี ว่านั่นก็คือ แรงค์ ในชุดแบทเทิลสูทจ่าฝูงของหน่วยบลูฟ็อกซ์ ซึ่งถูกเรียกว่า Fuchskanone“ปล่อยซาซ่าซะ” เอคิโดน่ายกปืนขึ้น แต่ก็ต้องหยุดแขนเมื่อถูกอีกฝ่ายขู่
“อย่าขยับ! ถ้าไม่อยากให้แม่หนูนี่ตาย” ปากกระบอกปืนทั้งสามจ่อไปยังเด็กสาวที่มีสีหน้าทรมานจากแรงล็อคของแขนซ้ายต้องการความช่วยเหลือ ในขณะที่ขาทั้งสองพยายามดิ้นด้วยความตกใจกลัว
“อะไรกัน... ไหนว่าแกกางสนามไฟฟ้าไว้ที่นี่ แล้วทำไมถึง....” เอคิโดน่าสงสัย ซึ่งมิเนอร์ว่าก็ช่วยตอบให้แทนตามที่เธอรู้
“ไม่หรอก สำหรับมันเป็นข้อยกเว้น” มิเนอร์ว่าชี้ไปยังตัวแรงค์ในชุดแบทเทิลสูท “ได้ยินมาว่าสารพิเศษที่เคลือบชุดเกราะของหน่วยบลูฟ็อกซ์จะเคลือบสารพิเศษที่ป้องกันระบบจากการถูกคลื่นใด ๆ รบกวน ทำให้สามารถเรียกใช้ได้แม้จะอยู่ในสนามพลัง WHF ก็ตาม”
“ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ถึงอย่างนั้นแล้วยังจับตัวประกัน เลวที่สุด” ริวเน่พูดด่าอย่างเจ็บใจ แต่ทางฝ่ายแรงค์กลับหัวเราะอย่างชั่วร้าย และรัดตัวประกันแน่นยิ่งขึ้นจนเธอยิ่งทรมาน
“หึหึหึ จะฆ่าพวกเธอในทีเดียวน่ะง่ายไป ชั้นอยากจะเล่นสนุกต่ออีกสักหน่อย” แม้ว่าสีหน้าของมันจะถูกบดบังไว้ด้วยหน้ากากเหล็กในปากหัวหมาป่า แต่คาดเดาไม่ยากว่าสีหน้าขณะนี้คงเปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์แน่ ๆ
“ทิ้งอาวุธซะ ไม่งั้น….” “อ๊า!” สาวน้อยยิ่งร้องลั่นเมื่อถูกบีบรัดตัวมากขึ้น ความตกใจกลัวจนน้ำตาเล็ด ยิ่งเมื่อกระบอกปืนจ่อยังแก้มเธอ
“บ้าที่สุด!” เอคิโดน่าได้แต่สบถอย่างเจ็บใจ แต่เธอก็จำต้องโยนปืนลงพื้นเพื่อรักษาชีวิตเพื่อนเธอ
“เธอล่ะ! ยังไม่ทิ้งดาบนั่นอีก” จิ้งจอกเหล็กสีฟ้าตะเบ็งเสียงขู่ริวเน่ เธอนิ่งอึ้งมือสั่นไปเล็กน้อย ก่อนที่จำต้องยอมปล่อยด้ามดาบให้ตกลงพื้น เพราะเธอไม่อยากให้เด็กคนนั้นตาย
“ฮ่าๆๆ พวกผู้หญิงนี่ มันก็แค่นี้แหละ” แรงค์หัวเราะเยาะเย้ย ทันใดนั้นลูกกลมสีฟ้าบนไหล่ทั้งสองก็ลอยขึ้นออกจากส่วนเกราะบ่า และลอยเข้าหาทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว ลูกหนึ่งลอยอยู่เหนือเอคิโดน่าและมิเนอร์ว่า ส่วนอีกลูกลอยอยู่เหนือศีรษะของริวเน่ที่อยู่ห่างไปเล็กน้อย ทั้งสามตกใจได้ไม่ทันไรเท่านั้น
“Pyramid Trap!” พลัน ก็เกิดมีแสงสีฟ้าถูกปล่อยออกจากลูกกลมทั้งสองลูก แผ่กระจายคลื่นแสงล้อมพวกเธอไว้ กลายเป็นกรงสนามพลังรูปปิรามิด ล้อมขังพวกเธอเอาไว้
“อะไรกัน ไอ้ของแบบนี้” ริวเน่ยกมือขึ้นกำหมัดแล้วต่อยใส่แผ่นแสงตรงหน้า ทว่าทันทีที่กำปั้นของเธอชนกับสนามพลัง ก็รู้สึกถูกช็อตเข้าจนต้องถอนหมัดกลับมาทันที พร้อมกับที่เกิดกระแสไฟฟ้าขึ้นตรงที่เธอต่อย“โอ๊ยยยย” เธอร้องลั่นพร้อมกับที่ดึงมือกลับ เธอกระตุกไปทั้งตัวชั่วขณะ ก่อนที่หมัดขวาจะคลายลงทันทีพร้อมกับเกิดรอยไหม้เล็กน้อยขึ้นที่บริเวณที่โดน ราวกับถูกไฟช็อต“ริวเน่! ไม่ได้หรอก” มิเนอร์ว่าร้องเตือนแม้รู้ว่าช้าไป ดูเหมือนว่าจะมีแต่เสียงที่สามารถผ่านสนามพลังออกไปได้ “สนามพลังนี่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งไปหมด แม้จะไม่รุนแรงถึงตายในทันที แต่ขืนทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าเธอจะเจ็บเอง”
“ว....ว่าไงนะ....” ริวเน่ตัวทรุดเล็กน้อยขณะที่พยายามทรงตัว สีหน้าของเธอแย่ลงเหมือนความหวังริบหรี่ ตอนนี้เธอก็ไม่ต่างกับเสือที่ติดตาข่ายนายพราน“ฮ่าๆๆๆ ยัยโง่เอ๊ย” แรงค์หัวเราะลั่นราวกับจิ้งจอกที่กำลังเยาะเย้ยถากถางเหยื่อ
“อ....เอคิโดน่า..... ห...หัวหน้า” ซาซ่าในสภาพอิดโรยเต็มทีกับแรงรัดจากแขนที่สวมเกราะเหล็ก พลังมหาศาลของมันทำให้เธอแทบจะหมดแรงขัดขืน แต่เธอก็ยังพยายามฝืนดิ้นรนเต็มที่ แขนขาพยายามเตะใส่คนที่จับเธอไว้อย่างต่อเนื่องแต่มันก็ทำให้เธอเจ็บเสียเอง
“ยัยนี่ ดื้อนัก เดี๋ยวเป่าหัวแหลก” แรงค์ตะโกนขู่ด้วยเสียงดุน่ากลัว เนื่องจากความรำคาญ
“ซาซ่า!!!!” หมาป่าสาวโมโหมาก เธอรีบก้มลงจะหยิบปืน แต่แรงค์ไหวตัวทันจึงเปลี่ยนมาหันกระบอกปืนมาลั่น กระสุนเหล็กอันใหญ่สามลูกพุ่งเข้าผ่านข่ายไฟฟ้าเข้ามาระเบิดใส่พื้นใกล้ ๆ จนปืนของเธอกระเด็นไถลออกไปนอกสนามพลัง ทำเอาเธอถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่ออาวุธที่พึ่งหลุดมือไป“บอกว่าอย่าขยับ!” เสียงสั่งดังลั่นขณะที่ควันลอยออกจากกระบอกทั้งสามหลังการยิง “ถ้าไม่ฟัง งั้นยัยนี่ก็” พลัน กระบอกทั้งสามก็ถูกหันไปยังตัวประกัน
“กรี๊ดดดดดด” ซาซ่าร้องเสียงหลงเมื่อความตายกำลังเข้ามาใกล้
“ย....หยุดนะ!!!!” ริวเน่และสองสาวร้องห้ามพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย พลันเสียงปืนก็ดังระเบิดขึ้นดังตูม!!!!
“หา!!!!” ทั้งสามคนร้องประสานเป็นเสียงเดียวกัน“อะ......อะไรกัน......” ทว่าคราวนี้เป็นฝ่ายแรงค์ที่ส่งเสียงอย่างตกใจเอง เพราะฝ่ายที่โดนยิงและเกิดระเบิดขึ้นตะกี๊ ไม่ใช่มันยิงใส่หัวของเด็กสาว แต่กลับเป็นกระสุนระเบิดขนาดเล็กที่ยิงเข้าใส่บริเวณไหล่ด้านข้าง หากมิใช่เพราะเขาสวมแบทเทิลสูทล่ะก็คงไปเยือนนรกแล้ว แต่บริเวณที่ถูกยิงก็เกิดแตกพังขอบเป็นรอยไหม้ไปบางส่วนเช่นกัน
“อ....อา.....” ซาซ่าเมื่อลืมตาขึ้นก็ได้โอกาสดิ้นหลุดจากอ้อมแขนเหล็ก เธอยังคงตกใจกลัวน้ำตานองหน้า มือเท้าพยายามตะเกียกตะกายคลานถอยหลังห่างออกจากหมาจิ้งจอกผู้น่ากลัว
“น...นั่นมัน” ริวเน่หันไปมองและสงสัยในสิ่งที่เห็น ซึ่งเป็นคนสวมแบทเทิลสูทรูปหมาจิ้งจอกสีน้ำเงินเช่นกัน แต่ดูเล็กและมีส่วนยื่นและรายละเอียดน้อยกว่า แม้ปืนติดหลังก็เห็นมีเพียงกระบอกเดียว ตรงเขารูปหูจิ้งจอกก็สั้นกว่า ทำท่าทางเล็งปืนใส่ศัตรูของพวกเธอราวกับจะมาช่วย ที่กระบอกปืนกรงเล็บตรงแขนขวาซึ่งดูเล็กกว่า แต่ละลำกล้องน่าจะ 15 mm.เอง ทั้งสามลำกล้องมีควันลอยฟุ้งออกมาคงเป็นเพราะเพิ่งยิงใส่เป้าหมายไปเมื่อครู่ แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบว่าตามตัวมีร่องรอยแตกร้าวจากการถูกโจมตีมากมาย“แบทเทิลสูทแบบนั้นมัน Fuchsgewehr นี่นา” มิเนอร์ว่าเรียกชื่อของชุดเกราะนั่น เพราะเป็นที่รู้กันว่านั่นคือชุดแบทเทิลสูทสำหรับหน่วยจู่โจมของบลูฟ็อกซ์นั่นเอง
“หรือว่าจะเป็นหมอนั่น” เอคิโดน่าคาดเดาได้ไม่ยากว่าคน ๆ นั้นคงเป็นคนเดียวที่รอดชีวิตและนำเรื่องมาแจ้งให้เธอกับซาซ่ารู้“ชิ! ดันมาเกะกะซะได้” แรงค์บ่นอุบอิบด้วยความเจ็บใจ
“ไอ้คนทรยศ ชั้นจะขอล้างแค้นให้ทุก ๆ คนเดี๋ยวนี้ล่ะ” เสียงทหารหนุ่มลั่นขึ้นมาจากภายใน Fuchsgewehr“ระ....หรือว่านาย” เอคิโดน่าจำเสียงนั้นได้แม่น แสดงว่าหมอนั่นคือทหารคนเดียวที่รอดชีวิตมาเจอพวกเธอ
“โฮะ สวะตัวนึงยังรอดมาได้นะ” แรงค์ หมาป่าที่ตัวใหญ่กว่าพูดจาดูถูกด้วยน้ำเสียงที่เหยียดหยาม โดยไม่สนว่านั่นคือลูกน้องเก่าของตน“ชั้น อุ๊บ!” ไม่ทันไร จิ้งจอกตัวเล็กก็ตัวทรุดเข่าลงเล็กน้อย ซึ่งซาซ่าเห็นดังนั้นจึงรู้ทันทีว่าเพราะเขาบาดเจ็บสาหัส
“ม...ไม่ได้นะ! คุณกำลัง..” เธอตะโกนเตือนเขาไม่ทันขาดคำ เขาก็ตะเบ็งเสียงลั่นขัดจังหวะเสียก่อน
“ชั้นจะล้างแค้นแก! ไอ้คนขายพรรคพวก!” เขาฝืนร่างกาย กระโจนเข้าใส่ ซึ่งยิ่งเข้ามาใกล้ยิ่งทำให้ทุกคนได้เห็นสภาพยับเยินของชุดเกราะที่ค่อนข้างเสียหายหนักมาก แม้ตรงกระบอกปืนที่เล็บ รวมไปถึงปืนใหญ่ติดหลังก็อยู่ในสภาพร้าวหนักเหมือนเชื่อมเหล็กมาไม่ติดดี
ทว่า ฝ่ายแรงค์กลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วกว่า หลบกระสุนปืนที่ยิงมาเป็นชุดได้อย่างคล่องแคล่ว ทุกลูกนั้นพื้นคอนกรีตรับเคราะห์ไปหมด ไม่โดนแม้แต่ผิวของ Fuchskanone เลยแม้เพียงนิด
“คิดว่าระดับแกจะทำอะไรข้าได้เรอะ” แรงค์ถากถางคู่ต่อสู้ไม่หยุด ด้วยความได้เปรียบที่อยู่ในอุ้งมือตน
“งั้นเจอนี่เป็นไง” ส่วนปืนที่หลังเคลื่อนลงมาตั้งบนบ่าขวา หากแต่เป้าเล็งที่ปรากฏขึ้นผ่านทางกระจกมอนิเตอร์ของแบทเทิลสูทคงไม่จำเป็นสำหรับการโจมตีฉุกเฉินระยะใกล้ที่ผิดวิสัยของปืนแบบนี้ แต่สำหรับเขาในตอนนี้คงไม่สนใจอีกแล้ว
“Photon Cannon ยิง!!!!” ปรากฎแถบแสดงการเดินของพลังงานแสงขึ้นบริเวณด้านข้างทั้งสองของปืนกระบอกยาว ซึ่งไปถึงส่วนปลายอย่างรวดเร็ว และยิงออกมาเป็นพลังงานแสงจ้าที่ปลายกระบอก
เสียงระเบิดดังขึ้น! พลันกระบอกยาวของโฟตอนแคนน่อนก็ระเบิดแตกออกเนื่องจากถึงขีดจำกัด แต่ทว่าที่ยิงไปโดนกลับเป็นโคนของประภาคารที่อยู่บริเวณนั้น การยิงอาวุธระยะไกลโดยไม่เล็งทำให้การยิงพลาดเป้า
“โง่ซะไม่มี” แรงค์พุ่งเข้าประชิดและจับคอของอีกฝ่ายยกขึ้นเหนือพื้น ฝ่ายถูกจับส่งเสียงร้องทรมานเนื่องจากบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้รับความสงสารเลย ตรงกันข้าม จิ้งจอกตัวใหญ่กลับพูด
“แกมันโง่มาตั้งแต่ต้น พรรคพวกงั้นเรอะ หึหึหึ ช่างน่าขำ แกไม่รู้เลยเรอะว่า หมาจิ้งจอกน่ะ เดิมทีเป็นสัตว์อยู่อย่างโดดเดี่ยวตามธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะความเจ้าเล่ห์เพทุบายของมันนั่นแหละ พวกแกที่รวมกลุ่มกันแล้วอ้างเรื่องพรรคพวกมันก็แค่หมาจิ้งจอกเก๊เท่านั้นเอง”“ดังนั้นแกก็ตายตามเพื่อนไปซะ” สิ้นคำ ก็เกิดเสียงดังเปรี้ยงงงงง จากการลั่นที่ปากกระบอกปืนกรงเล็บทั้งสามของแรงค์ ในระยะเผาขน เป่าส่วนหัวทั้งหัวของอดีตลูกน้องผู้เคราะห์ร้อยจนแหลกละเอียด ทั้งเศษหมวกและเศษเนื้อเศษสมอง กระจุยไปกับการระเบิดจนดูไม่ออกว่าส่วนไหนกระเด็นไปทางใด เลือดกระจายไปทั่ว บางส่วนเปื้อนเกราะของผู้ยิงเสียด้วยซ้ำ
“เพื่อตัวเองแล้ว วิธีการใดก็ไม่เกี่ยง นั่นแหละจิ้งจอกล่ะ” แรงค์เอ่ยอย่างไม่รู้สึกผิดเลยกับการสังหารลูกน้องอย่างโหดเหี้ยม หันไปทางเหล่าสาว ๆ ราวกับว่าคิดจะทำอะไรต่อไปดี
“ห....โหดร้ายที่สุด....” เอคิโดน่าโกรธจนตัวสั่น ในขณะที่มิเนอร์ว่าพูดไม่ออกกับการกระทำของคนที่เธอเคยเป็นแฟนด้วย ซาซ่าที่อยู่นอกกรอบถึงกับกลัวตัวสั่น
“ก.....แก.....” ริวเน่เห็นเหตุการณ์เบื้องหน้าก็โกรธจนตัวสั่นเช่นกัน แต่เธอตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
“ชั้นทนดูต่อไปไม่ไหวแล้วว้อยยยยย”
ริวเน่ยกขาขึ้นสูงเตะขึ้นใส่บิทลูกกลมที่ขังเธออยู่ทันทีโดยไม่กลัวถูกไฟช็อต ท่ามกลางความตกตะลึงของคนอื่นที่เห็นเธอทำเช่นนั้น แต่มันได้ผล! หลังการปะทะกันของเท้าหุ้มรองเท้าผ้าใบกับบิทตัวปล่อยสนามไฟฟ้า ผลกลับกลายเป็นว่าบิทของแรงค์ถูกเตะปลิวว่อนกระเด็นออกไปกระแทกขอบท่าเรือแล้วจมน้ำในสภาพพังแหล่มิพังแหล่
พวกมิเนอร์ว่าตกตะลึงในความบ้าบิ่นของริวเน่ ที่ล้มลุกคลุกคลานเล็กน้อยจากการทำเช่นนั้น แต่ถ้าเป็นคนทั่วไปน่าจะโดนช็อตตายไม่ก็ขาเดี้ยงไปแล้ว ทว่าการปะทะนั้นเป็นการเปิดเผยให้เห็น ตัวริวเน่ที่พยายามจะตั้งตัวลุกขึ้นนั้น ขาของเธอผิวเนื้อเสียไปบริเวณเท้า แต่กลับแสดงให้เห็นสีเงินที่อยู่ใต้ผิว ขาของเธอทำด้วยเหล็ก! ไม่สิ ถ้าเป็นเหล็กธรรมดาเธอน่าจะถูกไฟฟ้าช็อตตายไปแล้ว นึก ๆ ไปคล้ายกับว่าเป็นแบทเทิลสูทใต้ผิวหนังยังไงยังงั้น
“โฮ่ะ เธอคนนั้น เป็นหุ่นยนต์หรอกเรอะ หรือว่าแค่ไซบอร์ก” แรงค์กล่าวทักทายด้วยความสนใจเธอขึ้นมาบ้าง
“ฉ....ฉัน.... เป็น คน!” หญิงสาวตอบเมื่อลุกขึ้นมาได้พร้อมหยิบดาบขึ้นมา และชี้หน้าจิ้งจอกสีฟ้าอย่างโมโห “ไม่เหมือนแก ทั้งทรยศคนรัก ขายพวกเดียวกัน ดูถูกคนอื่น เข้าพวกกับจักรวรรดิ แล้วยังฆ่าลูกน้องตัวเองได้หน้าตาเฉย แกมันไม่ใช่คนแล้ว! แม้แต่หมาจิ้งจอกจริง ๆ ยังมีค่ามากกว่าแกเสียด้วยซ้ำ”
“เชอะ หน้าตาก็ออกจะน่ารัก หุ่นก็ไม่เลว แต่ปากดีนักนะ” แรงค์ไม่สบอารมณ์ที่โดนด่าว่า “ถ้าแกไม่ใช่หุ่นยนต์ ไม่สิ ถึงเป็นแล้วแกจะทำอะไรข้าได้ ที่สำคัญ ที่นี่ก็มีสนามพลัง WHA ถึงจะมีแบทเทิลสูทก็เรียกใช้ไม่ได้”
“แน่ใจเหรอยะ” ริวเน่สวนกลับ เธอโยนดาบให้เด็กผู้หญิงที่ชื่อซาซ่า “ฝากให้หน่อย แล้วหลบไปด้วย”
ซาซ่าหยิบดาบที่ริวเน่โยนให้ แล้วไปใกล้ ๆ ที่ ๆ เอคิโดน่ากับหัวหน้าถูกขัง เธองุนงงอยู่ว่าคู่ต่อสู้ขนาดนั้น ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงไม่คิดจะใช้ดาบอีก
“ฮ่าๆๆ ประสาทกลับเรอะ โอ้ไม่สิ ถึงเธอจะมีดาบหรือไม่ คิดว่าของแบบนั้นจะทำอะไรคนที่สวมแบทเทิลสูทอย่างข้าได้เรอะ”“เปล่า คนอย่างแกไม่จำเป็นต้องใช้มันหรอก”
“ว่าไงนะ!” พลัน แรงค์ปิดสนามไฟฟ้าที่จับพวกมิเนอร์ว่าไว้ให้หายไป จากนั้นบิทที่ลอยอยู่ก็พุ่งเข้าหาริวเน่ที่เป็นเป้าหมายใหม่“เจอนี่เป็นไง!” เป้าหมายที่แรงค์เล็งให้บิทพุ่งเข้าใส่ คือศีรษะของเธอ
“ริวเน่!!!!” มิเนอร์ว่าเตือนเธอแทบไม่ทัน ทว่าหญิงสาวไม่รอฟังเสียงที่ว่าเกรงกลัวต่อลูกบอลเหล็กที่พุ่งเข้าใส่เลยแม้แต่น้อย“ก็อดโร้บ!!!!!”
[To Be Continued]
Vocabulary
Bit = หากผู้อ่านเคยดูการ์ตูนแนวหุ่นยนต์หรือวิทยาศาสตร์บางเรื่องอาจจะพอเข้าใจ ในกันดั้มก็เรียก Bit หรือ Funnel , ในบางเรื่องใช้คำว่า Option ซึ่งผู้เขียนก็ไม่มั่นใจว่าใช้คำไหนเป็นสากลที่สุด จึงเลือกใช้คำว่า Bit ที่สั้นกว่า สรุปง่าย ๆ ว่าเป็นอาวุธหรือวัตถุที่ส่งออกไปใช้งานในระยะไกลคล้ายระบบรีโมตคอนโทรล อาจจะมีสายหรือไร้สายก็ได้ ซึ่งใช้ในรูปแบบแตกต่างกัน เช่น โจมตี สร้างสนามพลังขังเป้าหมาย หรือแม้แต่การสอดแนม ขึ้นอยู่กับชนิดFuchs = ภาษาเยอรมัน หมายถึง หมาป่า (Fox)Gewehr = ภาษาเยอรมัน หมายถึง ปืนพก(Pistol)
Kanone = ภาษาเยอรมัน หมายถึง ปืนใหญ่(Cannon)
WHF = Witch’s Hunt Field = ดูรายละเอียดใน Mechanic Profile
