2007/Nov/25

Phase IV : Iron Maiden 

ก็อดโร้บ!!!!!!!”

 ในช่วงวินาทีของความเป็นและความตาย ริวเน่ตะโกนลั่นดังสุดเสียงด้วยชื่อบางอย่าง ทันทีก็ปรากฏมีคลื่นพลังบางอย่างคล้ายสนามแม่เหล็กไฟฟ้า กลายเป็นบาเรียรูปกลมล้อมรอบตัวเธอและสกัดบิทลูกกลมเอาไว้จนแรงต้านทำให้มันแตกสลายกลายเป็นเศษฝุ่น แม้แต่พื้นผิวคอนกรีตที่เธอยืนอยู่ก็เกิดการแตกสลายไปเหลือลักษณะคล้ายหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก ราวกับว่าสิ่งใดที่สัมผัสหรือเข้าใกล้ตัวเธอจะต้องถูกทำลายสิ้น คล้ายกับว่าคำที่เอ่ยออกมาเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน ในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของหญิงสาวราวกับถูกกลืนเข้าไปภายในแสงสว่าง 

ข้างในนั้นอาจจะมีเพียงริวเน่เท่านั้นที่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง ลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ รูปปั้นหินขนาดเท่าคนจริงของนักรบหญิงที่สวมชุดออกศึกแบบโบราณมีเฮลเมทประดับด้วยปีกวิหค นั่งคุกเข่าอยู่ในท่ากุมมือวางระดับอกคล้ายกับการอธิษฐาน โดยมีหอกศักดิ์สิทธิ์คู่กายอยู่ในช่วงแขนพาดเลยส่วนบ่าไปทางด้านหลัง รูปปั้นที่ลอยอยู่ค่อย ๆ ถูกอาบด้วยแสงไปทั่วผิวและสะเก็ดหินเล็กน้อยค่อย ๆ แตกหลุดออก ขณะเดียวกับที่ริวเน่ที่อยู่เบื้องล่างนั้น เสื้อผ้าอาภรณ์ต่าง ๆ ที่เธอสวมเมื่ออาบแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าก็เปล่งแสงขึ้นเช่นกัน และถูกสะบัดออกเป็นโมเลกุลเล็กน้อยทันทีที่เธอทำท่าฮึดเบ่งพลัง แม้แต่ผิวหนังตั้งแต่ครึ่งท่อนล่างลงไปก็กระเด็นหลุดออกเผยให้เห็นส่วนที่เป็นเหล็กที่อยู่ภายใต้ทั้งหมด โมเลกุลแสงของเสื้อผ้าที่แยกออกไปก็กลับก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นและเข้าโอบพันร่างกายของเธอ กลับกลายเป็นชุดลำลองสีแดง ขณะเดียวกับที่เศษหินบนรูปปั้นได้ร่วงโรยออกจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นชุดเกราะและส่วนปลายหอกเท่านั้น ซึ่งมีรูปลักษณ์แตกต่างไป ชุดเกราะสีขาวที่ใช้ต้นแบบจากชุดเกราะของนางฟ้าอัศวินในตำนานผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำยุค แม้ส่วนปีกเทพธิดาก็กลายเป็นปีกจักรกล ชิ้นส่วนชุดเกราะแต่ละชิ้นลอยลงมาสวมเข้าประกอบร่างกับผู้สวมใส่ทีละส่วน จากล่างขึ้นสู่บน เริ่มจากสนับขา สู่เกราะลำตัวช่วงล่างและช่วงบน ปลอกหุ้มแขน ส่วนปลายหอกนั้นได้แยกเป็นสี่ส่วนและเข้าประกอบกับเกราะส่วนบ่าข้างละสอง  และสุดท้ายคือส่วนเฮลเม็ทติดปีกที่สวมเข้ากับศีรษะของริวเน่ และผมยาวสลวยของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากสีบลอนด์กลายเป็นสีส้มทอง เมื่อเธอลืมตาขึ้น โทนสีในดวงตานั้นจากสีฟ้าปกติกลายเป็นดุจดั่งท้องฟ้าสีครามสดใส แต่ภายในแววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและห้าวหาญที่จะเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า

 

“Valkyrion!!!!!”

      เทพธิดานักรบปรากฏตัวออกจากแสงสว่างและขานชื่อของตนในสภาพที่เปลี่ยนร่างแล้ว เท้าหุ้มเกราะของนางลงสัมผัสพื้นอย่างนิ่มนวลหลังแสงเจิดจ้าได้หายไป ริวเน่ในขณะนี้ได้กลายเป็นเทพธิดานักรบในชุดเกราะจักรกลเน้นสีขาว พร้อมปีกเหล็กทั้งสองบนหลังที่ดีไซน์คล้ายปีกนก องค์ประกอบย่อยอื่น ๆ นั้นทำให้ดูราวกับนักรบในเทพนิยายปรากฏตัวในรูปแบบของแบทเทิลสูทในสายตาของพวกมิเนอร์ว่า หากแต่ยังคงเปิดเผยใบหน้าให้เห็นชัดเจนอยู่เท่านั้นเอง ซึ่งใบหน้านั้นคงรูปลักษณ์เดิมหากแต่เปลี่ยนไปที่นัยน์ตาสีครามและสีผมที่เปลี่ยนเป็นสีของอาทิตย์อัสดงซึ่งกลมกลืนไปกับแสงจากตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า 

ทั้งสามสาว และศัตรูของพวกเธอต่างมองเป็นสายตาเดียวกันในสิ่งที่ไม่อยากเชื่อ เพราะนั่นเป็นแบทเทิลสูทที่พวกตนไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน คำพูดที่ใช้ขณะเรียกนั้นก็แตกต่างไปจากของพวกตนด้วย และไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีรุ่นที่เปลี่ยนสีผมและสีตาของผู้สวมใส่ได้ แถมยังเป็นรุ่นสามารถใช้งานได้ทั้งที่อยู่ในเขตทำการของสนามพลัง WHF เสียอีก ถึงจะเป็นรุ่นใหม่จริงก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่าเป็นของบริษัทใด

 อะไรกัน แบทเทิลสูทรุ่นใหม่เรอะ นี่เธอเป็นใครกันแน่!” แรงค์ถามเสียงดัง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบคำถาม นอกจากชี้หน้าท้าทาย 

เตรียมตัวเตรียมใจแล้วใช้มั้ย ไอ้จิ้งจอกโง่ริวเน่ในชุดนักรบส่งแววตาสีครามอย่างทมึงถึงข่มขวัญอีกฝ่าย

 

ก....แก....แรงค์แสดงท่าทีโกรธจนลมออกหูที่โดนหยามหน้า จนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไร แต่เขาจะต้องกำจัดเธอให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถึงอีกฝ่ายจะเป็นรุ่นใหม่อย่างไร แต่สมญาจิ้งจอกสีน้ำเงินของเขานั้นมาจากความเร็วในการเคลื่อนไหวและการโจมตีที่ไม่แพ้รุ่นใด เขาจึงไม่รีรอที่จะตั้งด้ามปืนที่แขนทั้งสองข้างในสภาพพร้อมยิงต่อเนื่อง

 

พรุนเป็นรังผึ้งซะเถอะ!” ชายผู้สวมเกราะ Fuchskanone ยิงกระสุนระเบิดจำนวนมากจากลำกล้องทั้งหก อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วโดยเล็งไปที่เป้าหมายเดียวคือริวเน่ หมายจะปลิดชีพเธอให้อยู่ในสภาพเละยิ่งกว่าที่เขาทำกับลูกน้องเก่า

      แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด! ร่างที่สวมเกราะขนาดนั้นกลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก หลบการโจมตีชุดเหล่านั้นได้ในพริบตา และรุกเข้าใส่ทางด้านขวาของศัตรู 

     เพียงแค่กำปั้นเหล็กของวาลคีริอ้อนต่อยเข้าใส่หน้าเพียงหมัดเดียว หน้ากากจิ้งจอกถึงกับแตกกระจาย เผยให้เห็นใบหน้าที่หมดหล่อของแรงค์ ที่เปี่ยมไปด้วยรอยย่นจากความโกรธและเจ็บใจ และเลือดที่ไหลกบปากจากการโดนชก ตัวเขายังถึงกับไถลออกไปเกือบสิบเมตรก่อนที่จะเบรกตัวได้ สร้างความตกตะลึงให้กับพวกมิเนอร์ว่าที่ตอนนี้ทำได้เพียงเป็นผู้ชม

 กะ....แกแรงค์เช็ดเลือดที่ไหลกบปากออกด้วยแขนหุ้มเกราะแล้วจ้องสายตาอันโกรธเกรี้ยวไปยังนักรบสาวที่เล่นงานเขา คราวนี้เขาจึงเริ่มเอาจริงบ้างโดยการวิ่งกระโจนเข้าหาเพื่อหมายจะบุกเข้ายิงในระยะประชิด

ตายซะเถอะ!!!!” เขาเอาจริงด้วยการเร่งสปีดของตนขึ้นบ้างด้วยการเดินระบบกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ส่วนเท้า ฝีเท้าของ Fuchskanone นั้นเร็วและถี่มากจนดูคล้ายกับการหมุนของล้อรถยนต์ขณะเร่งสปีดเต็มที่ เขาบุกยิงอย่างต่อเนื่องแบบปืนคู่ ชุดกระสุนจากกระบอกทั้งหกยิงกระสุนระเบิดถี่ ๆ เข้าใส่เป้าหมายอย่างไม่ลดละ โดยกะว่าคราวนี้ให้เธอตายแน่ ๆ ซึ่งกระสุนก็เข้าโดนร่างของนักรบสาวเข้าเต็ม ๆ แทบทุกนัดเสียด้วย

 

ฮ่าๆๆ สำร.... อ้าวเขาดีใจเมื่อคิดว่าชนะได้ไม่ทันไร ทว่าร่างของเธอก็เลือนหายไป แถมกระสุนที่พุ่งใส่ก็ไม่ได้ระเบิดเมื่อกระทบร่างเธอเสียด้วย ทว่าไม่ทันได้คิดต่อจากนี้ เขาก็รู้สึกถูกกระแทกอย่างรุนแรงเข้าที่กลางหลัง จนต้องล้มไถลไปกับพื้น ที่เขาเห็นเมื่อกี้เป็นแค่ภาพติดตา แต่ความจริงคู่ต่อสู้ได้กระโดดหลบทันควันแล้วสวนกลับด้วยการเตะเหยียบหลัง

 

     ริวเน่ลงเท้าสู่พื้นอย่างสวยงามด้วยสภาพที่ไม่ได้ถูกยิงเลยแม้เพียงสะกิดนัดเดียว

 

สำเร็จ!!!”พวกมิเนอร์ว่าส่งเสียงร้องเชียร์อย่างยินดี

น...หนอยแน่ทว่าแรงค์ยังมีแรงลุกขึ้นมาได้อีก คราวนี้โทสะครอบงำเขาเสียจนโงหัวไม่ขึ้น เขาทำหน้าตาดุดันอย่างกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ลมหายใจของเขาหนักจนออกเสียงหืดหอบ แต่ริมฝีปากเปิดเผยให้เห็นการกัดฟันอย่างเจ็บใจยิ่งนัก แววตาของเขาขณะนี้แทบจะเหมือนคนไร้สติ แม้แต่หมาจิ้งจอกจริง ๆ คงไม่มีตัวไหนหน้าตาเวลาโกรธน่ากลัวเท่าเสียด้วยซ้ำ

 

พวกแกเตรียมตัวตาย!” โฟตอนแคนน่อนทั้งสองกระบอกข้างหลังถูกตั้งขึ้นพาดบ่า ล็อคออนเป้าหมายไปยังศัตรูตรงหน้า ทว่าเขาเหมือนจะไม่ได้เสียสติสักทีเดียว เพราะการเล็งเป้าหมายของเขาในขณะนี้เป็นที่มั่นใจว่าไม่มีทางเป็นลูกวืดเปล่าเด็ดขาด

 ว้าย!” ซาซ่าส่งเสียงเมื่อเห็นว่าแรงค์ลุกขึ้นได้และกำลังเล็งมายังพวกเธอทุกคน 

ขณะที่ริวเน่เห็นอีกฝ่ายเตรียมใช้อาวุธร้ายแรงดังนั้นก็เตรียมจะหลบ แต่ทันทีที่เสียงตกใจของซาซ่าเข้าหู ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าจุดที่เธอยืนอยู่นั้น อยู่ระหว่างมันกับพวกมิเนอร์ว่า ถ้าหากเธอหลบล่ะก็ ลำแสงนั่นต้องคร่าชีวิตทั้งสามคนนี้เป็นผุยผงแน่ ที่สำคัญเธอก็ยังไม่ลืมว่าหนึ่งในสามคนนั้นบาดเจ็บอยู่ด้วย

 

ฮะฮะฮ่า รู้ตัวแล้วสิ ถ้างั้นก็...” ปากกระบอกของลำกล้องปืนใหญ่ทั้งสองกำลังชาร์จพลัง พร้อมจะยิงเพื่อปลิดชีพทั้งสี่คนในไม่ช้า

 

ทุกคน หลบเร็ว!” มิเนอร์ว่ารีบเตือนทุกคน แต่ซาซ่าก็รีบแย้ง แต่เอคิโดน่าเค้า…”  ทันทีทำให้เธอเพิ่งนึกได้ว่าลูกน้องเธอบาดเจ็บอยู่ คงไม่มีแรงพอจะกระโดดหลบได้ทันแน่

ไม่ต้องห่วงฉัน! หลบไปก่อนเอคิโดน่าฝืนพูดด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วเธอก็เจ็บแผลขึ้นอีก โอ้ยยย

ไม่! ชั้นทิ้งเอคิโดน่าไม่ได้ เราต้องไปด้วยกันซาซ่าพยายามจะแบกตัวของเอคิโดน่าโดยเอาแขนพาดไหล่เธอ แต่มันก็เหมือนเป็นเพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์ เพราะแม้สาวน้อยจะขึ้นชื่อด้านความเร็ว แต่เมื่อไม่สวมแบทเทิลสูทเธอก็ไม่มีแรงมากพอจะแบกสาวผมสั้นหนีวิถีกระสุนได้ทันแน่

นี่ เธอ ชื่อริวเน่ใช่มั้ยเอคิโดน่าเรียกชื่อของคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกยังไม่ค่อยคุ้น เธอช่วยพาหัวหน้ากับเด็กคนนี้หลบไปก่อน ไม่ต้องห่วงชั้นเข้าใจมั้ย

ไม่! จะให้ชั้นทิ้งเธอได้ยังไง รู้มั้ยว่าเอคิโดน่าน่ะ เหมือนพี่สาวของชั้นนะซาซ่ายังคงรบเร้าอย่างดื้อดึงจะพาเธอหนีด้วยกันให้ได้ เธอถึงกับร้องไห้ออกมาอีก

 ลาตายกันเสร็จรึยัง!” แรงค์ตะโกนดังมายังพวกเธอด้วยความเสียงเกรี้ยวกราดน่ากลัวราวกับมัจจุราช ด้วยความรู้สึกรำคาญมิตรภาพซึ่งเป็นสิ่งชวนอ้วกสำหรับเขา 

ถ้าชั้นสวมเกราะได้ล่ะก็..... มิเนอร์ว่าได้แต่บ่นอุบอิบอย่างเจ็บใจทำอะไรไม่ถูก ที่ทั้งที่ตนเป็นผู้นำแต่เวลานี้กลับทำอะไรไม่ได้เลย

หยุดนะแรงค์! แกต้องการเพียงแค่ชั้นไม่ใช่รึไง!” ในที่สุดสาวผมเขียวก็ตัดสินใจ เธอลุกขึ้นพูดกับอดีตแฟนของตนอย่างห้าวหาญด้วยความเป็นผู้นำ

 

ฮ่าๆๆ นังโง่ ถึงตอนนี้แล้วพวกเธอต้องตายทั้งหมดแหละ โทษฐานที่เป็นเสี้ยนหนามของจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่ดูเหมือนเขาไม่ฟังอะไรแล้ว นอกจากต้องการปลิดชีพพวกเธอทั้งหมดในการยิงครั้งสุดท้าย

 มิเนอร์ว่าได้แต่กัดฟันกรอด ๆ แต่ริวเน่ก็ยืนหันหลังขวางเธอเอาไว้ มองไปยังสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง แต่คำสนทนากลับพูดกับเธอที่อยู่หลังแทน ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ให้พวกคุณตายแน่ เพราะคนที่สมควรตายไม่ใช่พวกคุณทั้งสามเลย แต่เป็นเจ้าคนชั่วช้าอย่างมันต่างหากริวเน่กล่าวเสียงหนักแน่น คล้ายจะขอให้พวกมิเนอร์ว่าเชื่อใจเธอ 

ชิ้นส่วนสีเหลืองที่ติดเกราะไหล่ทั้งสี่ส่วนที่เปลี่ยนรูปมาจากปลายหอกแยกออกจากส่วนเกราะบ่าทั้งสองข้าง และลอยขึ้นราวกับเป็นอาวุธประเภทบิท

 

เฮอะ ผู้หญิงมันก็โง่กันอย่างงี้แหละน้า งั้นก็ตายซะ! Twin Photon Rifle ยิง!!!!!” สิ้นเสียง ปืนใหญ่ลำแสงคู่ถูกยิงออกมาราวกับแสงแห่งความตายที่จะนำพาเหล่าสาว ๆ สู่นรกในทันที

 

“Blade! Defense!!!!”

สิ้นเสียงของอัศวินสาว ลำแสงขนาดใหญ่ทั้งสองเส้นที่อยู่ใกล้กันจนกลมกลืนราวกับเป็นท่อแสงคู่ติดกันขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่เธอที่ยืนอยู่หน้าสุด แต่ทว่ามันกลับถึงเพียงแค่ระยะห่างจากเธอไปประมาณ 30 ซม. แล้วกระจายออกไปเป็นสะเก็ดพลังงาน ราวกับว่าถูกกั้นด้วยแผ่นเหล็ก แต่ไม่ใช่ มันเป็นบาเรียรูปสามเหลี่ยม ที่แต่ละมุมนั้นก็คือ บิทที่เป็นชิ้นส่วนของปลายหอกสามชิ้น ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า Blade(ใบมีด) 

อะไรกันแรงค์ตกตะลึงเมื่อพบว่าลำแสงที่รุนแรงที่สุดของตนที่เจาะทะลวงกำแพงเหล็กนับสิบชั้นได้มาแล้วกลับถูกต้านเอาไว้อย่างง่ายดาย แต่เขาก็ยังพูดจาข่มขวัญอีกฝ่าย แต่แค่นั้นจะต้านได้นานแค่ไหนเชียว

 ก็ไม่นานหรอกริวเน่ตอบด้วยระดับเสียงพอให้อีกฝ่ายที่อยู่ห่างได้ยิน ดูบนหัวแกซะก่อน 

หาจู่ ๆ เบลดอันที่สี่ที่มีลักษณะแบบเดียวกับอีกสามอัน ก็มาอยู่เหนือศีรษะของแรงค์โดยไม่ทันรู้ตัว

 “Blade Shot!” เบลดอันที่สี่ยิงลำแสงออกจากส่วนปลายเป็นเส้นตรงเข้าทำลายปืนใหญ่ทั้งสองบนหลังของจิ้งจอกสีฟ้าจนแตกระเบิดไป ผลกระทบทำให้หน้าของแรงค์โดนแรงระเบิดเข้าไปในระยะใกล้ เขายังโชคดีที่ไม่ถึงกับหัวแหลกแต่ก็ต้องถึงกับยกมือกุมใบหน้าร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ดูเหมือนว่าตาซ้ายของเขาจะโดนสะเก็ดเข้าไปจนบอดเสียแล้ว ทั้งใบหน้าก็ชุ่มโชกไปด้วยบาดแผลสาหัส 

     เมื่อปืนลำแสงถูกทำลาย เลเซอร์ขนาดใหญ่ก็ถูกหยุดปล่อย เบลดทั้งสี่ก็ลอยกลับเข้ามาประกอบติดเข้ากับเกราะไหล่เจ้าของตามเดิม

 

พ.....พอแล้ว ชั้นยอมแล้ว ชั้นสำนึกผิดแล้ว ไว้ชีวิตชั้นด้วยเถอะนะ ขอร้องล่ะชายผู้ที่ใบหน้าเสียโฉมหมดท่า ถึงกับพูดร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา ริวเน่เห็นเช่นนั้นแต่ยังคงจ้องเขม็งด้วยสายตาดุดัน ก่อนที่จะตวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราด

 งั้นก็ไสหัวไปซะ อย่ามาให้เห็นหน้าอีกหลังจากนั้นเธอก็หันหลังหนีอย่างไม่ใยดี  ขณะนั้นใบหน้าสุดยับเยินกลับยิ้มเยาะอย่างชั่วร้ายอีกครั้ง 

ยัยโง่ ชั้นยังมีแขนสองข้างนี้อยู่เว้ย!!!!” สมกับเป็นจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ เมื่ออีกฝ่ายทำท่าตกหลุมพราง ก็ไม่รอช้าที่จะลั่นไกปืนกลรูปกรงเล็บในอีกไม่ถึงวินาที

ตาย!!!!!”

 

ทว่าริวเน่ก็หันกลับมาทันควัน แต่เธอก็ไม่ได้ตกใจอะไรเหมือนรู้ตัวอยู่แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้

     ทางพวกมิเนอร์ว่านั้น ซาซ่าได้ตกใจจนหมดสติไปแล้วตั้งแต่ตอนที่ลำแสงของแรงค์ถูกยิงออกมา แต่มือขวาก็ยังถือดาบที่ริวเน่ฝากไว้อยู่ ส่วนอีกสองสาวก็สังเกตเห็นว่าที่ปลอกแขนขวาของริวเน่กำหมัดไว้และเปล่งแสงสีฟ้าออกมาราวกับว่าชาร์จพลังงานไว้แล้ว และเห็นตรงกันว่าริวเน่แค่แกล้งเปิดจังหวะให้อีกฝ่าย กะแล้วว่าต้องเป็นงี้ ไอ้โง่เอ๊ยริวเน่ด่าพร้อมกับที่หันมา ก่อนที่กระสุนของอีกฝ่ายจะลั่น ในช่วงเสี้ยววินาที นักรบสาวก็ต่อยหมัดขวาออกไปข้างหน้าสุดแขน พลังงานที่ชาร์จเอาไว้ก็ถูกยิงออกไปเป็นคลื่นพลังงานสีฟ้าที่เกิดจากการออกหมัดอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทัน 

“หมัดกระสุน ฝนดาวตก!!!!!”

 

คลื่นสีฟ้าที่ออกมาจากหมัดของริวเน่ พุ่งแหวกอากาศเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว มีแรงมากพอกระแทกใส่หน้าเขาเต็ม ๆ จนร่างถึงกับกระเด็นถอยออกไปโดยที่ไม่ทันได้กดไกปืน เขาไม่สามารถหลบได้ทันเพราะเขามองหมัดนั้นไม่ทัน แต่ไม่เพียงแค่นั้น คลื่นหมัดนั้นไม่ได้มีหมัดเดียว แต่ยังมีอีกจำนวนมากเข้ามากระแทกใส่ทั่วร่างเขาราวกับห่าฝน ความรุนแรงของมันราวกับหินดาวตกเล็ก ๆ จากฟากฟ้าพุ่งใส่ร่างของเขาเป็นห่าฝน จนกายจะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ เช่นเดียวกับแบทเทิลสูทซึ่งทำจากโลหะไทเทเนี่ยมที่แข็งแกร่งสุด ๆ ก็กำลังกลายเป็นเศษเหล็กในพริบตา

 

อ๊ากกกกกกนั่นคือเสียงร้องลั่นสุดท้ายก่อนที่ตัวของเขาจะกระแทกน้ำอย่างแรง และจมลงไปในที่สุดทิ้งไว้เพียงกลุ่มฟองอากาศหายใจในช่วงเวลาสุดท้าย

 

     ในขณะเดียวกัน สองสาวถึงกับตะลึงอ้าปากค้าง เพราะสิ่งที่พวกเธอเห็นจะเรียกว่าเหนือสามัญสำนึกก็ได้ เท่าที่พยายามสังเกตด้วยสายตาที่ไวพอจากการฝึกฝน พวกเธอเห็นว่าหลังจากที่ริวเน่ชาร์จพลังที่หมัดเสร็จ เธอก็ต่อยออกไปแม้เผิน ๆ จะดูเหมือนหมัดเดียว ไม่ใช่แค่หมัดเดียว แต่เธอออกหมัดไปหลายครั้งในชั่วพริบตา รวมแล้วนับร้อยหมัดในหนึ่งวินาที ซึ่งสำหรับมนุษย์แล้วมันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย เพราะความเร็วขนาดนั้นมันความเร็วระดับเสียง (1 มัค หรือประมาณ 340 เมตรต่อวินาที) ซึ่งวัตถุที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วระดับนั้นจะต้องพบกับปรากฏการณ์ Sound Barrier เนื่องจากคลื่น Shock Wave ที่เกิดขึ้น ซึ่งแม้แต่เครื่องบินหรือแบทเทิลสูทสำหรับรบทางอากาศเองหากเจอเข้าไปยังร่วงเอาง่าย ๆ  สำหรับกล้ามเนื้อมนุษย์แล้วเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่จะเคลื่อนที่ให้เร็วขนาดนั้นได้

 

ริวเน่คนนี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่ ร่างกายที่เป็นเหล็ก และพอสวมแบทเทิลสูทที่ไม่เคยเห็นก็ทำได้กระทั่งเรื่องเหนือมนุษย์ เธอคนนี้เป็นไซบอร์กหรือหุ่นยนต์งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนสร้าง และสร้างมาเพื่ออะไรกัน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคำถามที่ผุดขึ้นในสมองของทั้งสองสาวแทบจะพร้อมเพรียงกัน

 เรียบร้อยริวเน่ลดหมัดลงและ หันมาพูดกับทั้งสองหลังจากโค่นศัตรูได้อย่างงดงาม พวกเธอไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ย 

อ..อือเอคิโดน่ายังไม่หายตาค้าง จึงได้แค่ตอบสั้น ๆ ในขณะที่มิเนอร์ว่าตั้งสติพยักหน้าได้ก่อนและพูด

 

อืม ว่าแต่ นี่เธอเป็น......

 ริวเน่ได้ฟังเช่นนั้นจึงรู้ว่าทั้งสองกำลังสงสัยสิ่งที่พวกเขาเห็น ซึ่งเธอไม่ได้แปลกใจนักหรอกที่พวกเขาจะอึ้ง แต่เธอก็ตอบเพียงคร่าว ๆ เหมือนไม่อยากให้ทั้งสองรู้จักตัวตนของเธอมากไปกว่านี้ชั้นก็แค่ คนที่มีความแค้นต่อพวกจักรวรรดิชั่วช้า ก็เท่านั้นเองแหละ

เธอยื่นมือแบมาข้างหน้าเล็กน้อยแล้วพูดต่อ

ขอดาบคืนหน่อยได้มั้ย

 

มิเนอร์ว่าเดินไปหยิบดาบซามูไรที่มือซาซ่าซึ่งหมดสติอยู่มายื่นให้เธอ ส่วนเอคิโดน่าช่วยแบกร่างน้อย ๆ ของเธอขึ้นไว้บนหลัง

 ผู้บัญชาการสาวครุ่นคิดในใจ ถึงจะไม่รู้ตื้นลึกบางหนาอะไรเกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อริวเน่คนนี้เลย แต่นับว่าเป็นโชคดีที่คนที่มีพลังขนาดนี้ไม่ได้เป็นคนของจักรวรรดิ ความคิดของเธอก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงจากตั้งแต่ต้นที่จะชวนเธอมาเป็นพวก

ถ้างั้นทำไมไม่มาร่วมมือกับพวกเราล่ะ

ทว่าแม้จะได้ยินคำกล่าวเชิญชวนอีกครั้ง แต่วาลคีริอ้อนกลับยังคงส่ายหน้าปฏิเสธเช่นเดิมในขณะที่รับดาบคืน 

ขอโทษนะ ยังไงชั้นคงไปกับพวกเธอไม่ได้หรอกเธอตอบ ก่อนที่จะเดินห่างออกมาจากพวกหล่อนประมาณสี่ห้าก้าว

 

ทำไมเธอถึงไปกับพวกเราไม่ได้ล่ะผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มยังคงตื้อไม่เลิก แต่การแสดงท่าทีของเธอก็ยังเป็นคำตอบเดิม

 

ชั้น อยู่ร่วมกับใครไม่ได้หรอกเธอตอบ  จากนั้นเกราะส่วนปีกของเธอก็แผ่ออกจากกัน เสียงเครื่องไอพ่นก็ดังขึ้นพร้อมกับไอพ่นที่ปล่อยออกมาจากที่ซ่อนใต้ปีก แรงจากไอพ่นนั้นทำให้เกิดกระแสลมพัดใส่พวกมิเนอร์ว่าจนต้องหรี่ตาลงและยกมือขึ้นบังหน้า จากนั้นร่างของนักรบสาวก็ลอยตัวขึ้นและเร่งความเร็วบินสู่ฟ้าจากไป ท่ามกลางท้องฟ้าสีส้มแดงยามสายัญ เมื่อพระอาทิตย์เริ่มลาจากฟากฟ้าลงสู่ก้นหุบเขาที่ไกลออกไป

 

ด...เดี๋ยว!” มิเนอร์ว่าพยายามยั้งเธอไว้ก่อนแต่ไม่ทันเสียแล้ว  ทางฝ่ายเอคิโดน่าที่อุ้มเด็กสาวตัวน้อยไว้ในอ้อมแขน กล่าวกับหัวหน้าของตนด้วยความเห็นของเธอ

 

ปล่อยเค้าไปเถอะค่ะหัวหน้าสีหน้าของเอคิโดน่านั้นบ่งบอกได้ว่าไม่ค่อยชอบใจท่าทีผยองของผู้หญิงที่ชื่อริวเน่คนนั้นเท่าใดนัก แต่เธอก็พอคาดเดาความรู้สึกของคน ๆ นั้นได้บ้าง

 

แววตาที่ฉันเห็นเมื่อกี๊ แม้จะดูทระนงตัวเกินเหตุ แต่ขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความโศกเศร้า ความโศกเศร้าของหมาป่าผู้เดียวดาย....... เหมือนกับฉัน

สีหน้าของเอคิโดน่าหม่นหมองลง เนื่องจากเธอรู้ว่าตนเองเมื่อก่อนก็ไม่แตกต่างจากผู้หญิงคนนั้นเลย และทุกวันนี้อาจจะยังคงเป็นเช่นนั้น หากไม่ได้พบกับ.....คนที่เปิดใจเธอได้ ซึ่งขณะนี้หลับปุ๋ยอยู่บนแผ่นหลังของเธอนั่นเอง หมาป่าสาวเริ่มยิ้มริมฝีปากเล็กน้อยเมื่อมองใบหน้าอันจิ้มลิ้มน่ารักขณะหลับของเด็กสาว งั้นหรอกเหรอมิเนอร์ว่าได้ยินเช่นนั้นเธอก็เริ่มเข้าใจ นึกถึงตอนที่เธอพบกับสองคนนี้ครั้งแรก ไม่สิ สาว ๆ ทุกคนในกลุ่มวานาดีส ต่างคนต่างก็มีที่มาแตกต่างกันไป บ้างก็มีอดีตที่ขมขื่นสุดจะหยั่งถึงมาแล้ว แม้แต่ตอนนี้เธอก็ทำได้เพียงควบคุมดูแลการอยู่ร่วมกันให้สมาชิกหน่วยไปได้ดีเท่าที่ทำได้เท่านั้น 

สาวใหญ่หันกลับไปมองพระอาทิตย์สีส้มที่เหลือให้เห็นเพียงครึ่งซีก ร่างที่ดุจดั่งเทพธิดานักรบจากสวรรค์หายลับไปแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ในใจของเธอเริ่มรู้สึกสงสารนักรบสาวผู้นั้นขึ้นมา ทั้งที่ยังอยู่ในวัยสาวแต่คงต้องเจอเรื่องร้าย ๆ มิใช่น้อย พูดไปนับตั้งแต่อุปราชชั่วทำการปฏิวัติยึดอำนาจและสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิได้ แผ่นดินนี้ก็ลุกเป็นไฟ วุ่นวายไปหมด โดยเฉพาะเหล่าเด็กและสตรีผู้อ่อนแอที่เริ่มสามารถเรียกร้องสิทธิให้ตนเองขึ้นมาได้บ้างก็ต้องกลับมาพบกับความทุกข์ทรมานจากการถูกดูถูกและกดขี่เช่นในอดีตกาลอีก ทำให้แม้แต่ในกองกำลังรีซิสแทนต์ที่ต่อต้านจักรวรรดิเองแท้ ๆ ก็ยังมีความคิดบ้า ๆ พรรค์นี้กลับมาบ้างอีกเช่นกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอต้องตั้งกลุ่มวานาดิสขึ้นมา ไม่เพียงแค่ปกป้องพวกเขา แต่ยังต้องแสดงความสามารถให้พวกผู้ชายบางคนที่หลงตัวเองได้หัดเงียบเสียบ้างนั่นแหละ

 

     โดยปกติแล้ว หัวหน้าแห่งวานาดิสไม่ใช่คนเชื่อในพระเจ้าหรือโชคลาง ไสยศาสตร์หรือชะตากรรมใด ๆ แต่ตอนนี้เธอกลับคิดว่าหากสิ่งเหล่านั้นมีอยู่จริง ๆ แม้แค่ส่วนนึงก็ยังดี เธอก็อยากจะเชื่อลางสังหรณ์ของตนเอง ที่คงต้องได้พบกับเด็กสาวคนนั้นอีกครั้งแน่นอน

 

[Chapter 1 END]

 

 

อนึ่ง 4 ตอนจะลงเป็นตอนเดียวใน http://my.dek-d.com/Valkyrion/story/view.php?id=356826 ไปด้วย รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ  ตอนนี้กำลังปั่นตอนที่ 2 ช่วงแรกอยู่ค่า แต่ไม่แน่ใจว่าจะเขียนได้เป็นตอนย่อยกี่ตอน พอครบเมื่อไหร่ก็จะลงในเด็กดีเป็นแบบรวมตอนหลักไปด้วย

edit @ 25 Nov 2007 19:22:23 by Cliff Erenedes & Valkyrion Ryuune

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
สุขสันต์วันลอยกระทงเช่นกันจ้า confused smile
#1  by  ไอแพทเอง~* At 2007-11-25 10:22, 

<< Home


Ryuune , the Flapper Girl
View full profile