2007/Nov/25

Phase IV : Iron Maiden 

ก็อดโร้บ!!!!!!!”

 ในช่วงวินาทีของความเป็นและความตาย ริวเน่ตะโกนลั่นดังสุดเสียงด้วยชื่อบางอย่าง ทันทีก็ปรากฏมีคลื่นพลังบางอย่างคล้ายสนามแม่เหล็กไฟฟ้า กลายเป็นบาเรียรูปกลมล้อมรอบตัวเธอและสกัดบิทลูกกลมเอาไว้จนแรงต้านทำให้มันแตกสลายกลายเป็นเศษฝุ่น แม้แต่พื้นผิวคอนกรีตที่เธอยืนอยู่ก็เกิดการแตกสลายไปเหลือลักษณะคล้ายหลุมอุกกาบาตขนาดเล็ก ราวกับว่าสิ่งใดที่สัมผัสหรือเข้าใกล้ตัวเธอจะต้องถูกทำลายสิ้น คล้ายกับว่าคำที่เอ่ยออกมาเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ก็มิปาน ในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของหญิงสาวราวกับถูกกลืนเข้าไปภายในแสงสว่าง 

ข้างในนั้นอาจจะมีเพียงริวเน่เท่านั้นที่รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางแสงสว่าง ลอยอยู่เหนือศีรษะของเธอ รูปปั้นหินขนาดเท่าคนจริงของนักรบหญิงที่สวมชุดออกศึกแบบโบราณมีเฮลเมทประดับด้วยปีกวิหค นั่งคุกเข่าอยู่ในท่ากุมมือวางระดับอกคล้ายกับการอธิษฐาน โดยมีหอกศักดิ์สิทธิ์คู่กายอยู่ในช่วงแขนพาดเลยส่วนบ่าไปทางด้านหลัง รูปปั้นที่ลอยอยู่ค่อย ๆ ถูกอาบด้วยแสงไปทั่วผิวและสะเก็ดหินเล็กน้อยค่อย ๆ แตกหลุดออก ขณะเดียวกับที่ริวเน่ที่อยู่เบื้องล่างนั้น เสื้อผ้าอาภรณ์ต่าง ๆ ที่เธอสวมเมื่ออาบแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าก็เปล่งแสงขึ้นเช่นกัน และถูกสะบัดออกเป็นโมเลกุลเล็กน้อยทันทีที่เธอทำท่าฮึดเบ่งพลัง แม้แต่ผิวหนังตั้งแต่ครึ่งท่อนล่างลงไปก็กระเด็นหลุดออกเผยให้เห็นส่วนที่เป็นเหล็กที่อยู่ภายใต้ทั้งหมด โมเลกุลแสงของเสื้อผ้าที่แยกออกไปก็กลับก่อตัวเป็นเกลียวคลื่นและเข้าโอบพันร่างกายของเธอ กลับกลายเป็นชุดลำลองสีแดง ขณะเดียวกับที่เศษหินบนรูปปั้นได้ร่วงโรยออกจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงส่วนที่เป็นชุดเกราะและส่วนปลายหอกเท่านั้น ซึ่งมีรูปลักษณ์แตกต่างไป ชุดเกราะสีขาวที่ใช้ต้นแบบจากชุดเกราะของนางฟ้าอัศวินในตำนานผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำยุค แม้ส่วนปีกเทพธิดาก็กลายเป็นปีกจักรกล ชิ้นส่วนชุดเกราะแต่ละชิ้นลอยลงมาสวมเข้าประกอบร่างกับผู้สวมใส่ทีละส่วน จากล่างขึ้นสู่บน เริ่มจากสนับขา สู่เกราะลำตัวช่วงล่างและช่วงบน ปลอกหุ้มแขน ส่วนปลายหอกนั้นได้แยกเป็นสี่ส่วนและเข้าประกอบกับเกราะส่วนบ่าข้างละสอง  และสุดท้ายคือส่วนเฮลเม็ทติดปีกที่สวมเข้ากับศีรษะของริวเน่ และผมยาวสลวยของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสีจากสีบลอนด์กลายเป็นสีส้มทอง เมื่อเธอลืมตาขึ้น โทนสีในดวงตานั้นจากสีฟ้าปกติกลายเป็นดุจดั่งท้องฟ้าสีครามสดใส แต่ภายในแววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและห้าวหาญที่จะเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า

 

“Valkyrion!!!!!”

      เทพธิดานักรบปรากฏตัวออกจากแสงสว่างและขานชื่อของตนในสภาพที่เปลี่ยนร่างแล้ว เท้าหุ้มเกราะของนางลงสัมผัสพื้นอย่างนิ่มนวลหลังแสงเจิดจ้าได้หายไป ริวเน่ในขณะนี้ได้กลายเป็นเทพธิดานักรบในชุดเกราะจักรกลเน้นสีขาว พร้อมปีกเหล็กทั้งสองบนหลังที่ดีไซน์คล้ายปีกนก องค์ประกอบย่อยอื่น ๆ นั้นทำให้ดูราวกับนักรบในเทพนิยายปรากฏตัวในรูปแบบของแบทเทิลสูทในสายตาของพวกมิเนอร์ว่า หากแต่ยังคงเปิดเผยใบหน้าให้เห็นชัดเจนอยู่เท่านั้นเอง ซึ่งใบหน้านั้นคงรูปลักษณ์เดิมหากแต่เปลี่ยนไปที่นัยน์ตาสีครามและสีผมที่เปลี่ยนเป็นสีของอาทิตย์อัสดงซึ่งกลมกลืนไปกับแสงจากตะวันที่กำลังจะลับขอบฟ้า 

ทั้งสามสาว และศัตรูของพวกเธอต่างมองเป็นสายตาเดียวกันในสิ่งที่ไม่อยากเชื่อ เพราะนั่นเป็นแบทเทิลสูทที่พวกตนไม่เคยพบเห็นที่ใดมาก่อน คำพูดที่ใช้ขณะเรียกนั้นก็แตกต่างไปจากของพวกตนด้วย และไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีรุ่นที่เปลี่ยนสีผมและสีตาของผู้สวมใส่ได้ แถมยังเป็นรุ่นสามารถใช้งานได้ทั้งที่อยู่ในเขตทำการของสนามพลัง WHF เสียอีก ถึงจะเป็นรุ่นใหม่จริงก็ยากที่จะคาดเดาได้ว่าเป็นของบริษัทใด

 อะไรกัน แบทเทิลสูทรุ่นใหม่เรอะ นี่เธอเป็นใครกันแน่!” แรงค์ถามเสียงดัง แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตอบคำถาม นอกจากชี้หน้าท้าทาย 

เตรียมตัวเตรียมใจแล้วใช้มั้ย ไอ้จิ้งจอกโง่ริวเน่ในชุดนักรบส่งแววตาสีครามอย่างทมึงถึงข่มขวัญอีกฝ่าย

 

ก....แก....แรงค์แสดงท่าทีโกรธจนลมออกหูที่โดนหยามหน้า จนไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นอะไร แต่เขาจะต้องกำจัดเธอให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม ถึงอีกฝ่ายจะเป็นรุ่นใหม่อย่างไร แต่สมญาจิ้งจอกสีน้ำเงินของเขานั้นมาจากความเร็วในการเคลื่อนไหวและการโจมตีที่ไม่แพ้รุ่นใด เขาจึงไม่รีรอที่จะตั้งด้ามปืนที่แขนทั้งสองข้างในสภาพพร้อมยิงต่อเนื่อง

 

พรุนเป็นรังผึ้งซะเถอะ!” ชายผู้สวมเกราะ Fuchskanone ยิงกระสุนระเบิดจำนวนมากจากลำกล้องทั้งหก อย่างต่อเนื่องและรวดเร็วโดยเล็งไปที่เป้าหมายเดียวคือริวเน่ หมายจะปลิดชีพเธอให้อยู่ในสภาพเละยิ่งกว่าที่เขาทำกับลูกน้องเก่า

      แต่ทุกอย่างกลับผิดคาด! ร่างที่สวมเกราะขนาดนั้นกลับเคลื่อนไหวได้รวดเร็วมาก หลบการโจมตีชุดเหล่านั้นได้ในพริบตา และรุกเข้าใส่ทางด้านขวาของศัตรู 

     เพียงแค่กำปั้นเหล็กของวาลคีริอ้อนต่อยเข้าใส่หน้าเพียงหมัดเดียว หน้ากากจิ้งจอกถึงกับแตกกระจาย เผยให้เห็นใบหน้าที่หมดหล่อของแรงค์ ที่เปี่ยมไปด้วยรอยย่นจากความโกรธและเจ็บใจ และเลือดที่ไหลกบปากจากการโดนชก ตัวเขายังถึงกับไถลออกไปเกือบสิบเมตรก่อนที่จะเบรกตัวได้ สร้างความตกตะลึงให้กับพวกมิเนอร์ว่าที่ตอนนี้ทำได้เพียงเป็นผู้ชม

 กะ....แกแรงค์เช็ดเลือดที่ไหลกบปากออกด้วยแขนหุ้มเกราะแล้วจ้องสายตาอันโกรธเกรี้ยวไปยังนักรบสาวที่เล่นงานเขา คราวนี้เขาจึงเริ่มเอาจริงบ้างโดยการวิ่งกระโจนเข้าหาเพื่อหมายจะบุกเข้ายิงในระยะประชิด

ตายซะเถอะ!!!!” เขาเอาจริงด้วยการเร่งสปีดของตนขึ้นบ้างด้วยการเดินระบบกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ส่วนเท้า ฝีเท้าของ Fuchskanone นั้นเร็วและถี่มากจนดูคล้ายกับการหมุนของล้อรถยนต์ขณะเร่งสปีดเต็มที่ เขาบุกยิงอย่างต่อเนื่องแบบปืนคู่ ชุดกระสุนจากกระบอกทั้งหกยิงกระสุนระเบิดถี่ ๆ เข้าใส่เป้าหมายอย่างไม่ลดละ โดยกะว่าคราวนี้ให้เธอตายแน่ ๆ ซึ่งกระสุนก็เข้าโดนร่างของนักรบสาวเข้าเต็ม ๆ แทบทุกนัดเสียด้วย

 

ฮ่าๆๆ สำร.... อ้าวเขาดีใจเมื่อคิดว่าชนะได้ไม่ทันไร ทว่าร่างของเธอก็เลือนหายไป แถมกระสุนที่พุ่งใส่ก็ไม่ได้ระเบิดเมื่อกระทบร่างเธอเสียด้วย ทว่าไม่ทันได้คิดต่อจากนี้ เขาก็รู้สึกถูกกระแทกอย่างรุนแรงเข้าที่กลางหลัง จนต้องล้มไถลไปกับพื้น ที่เขาเห็นเมื่อกี้เป็นแค่ภาพติดตา แต่ความจริงคู่ต่อสู้ได้กระโดดหลบทันควันแล้วสวนกลับด้วยการเตะเหยียบหลัง

 

     ริวเน่ลงเท้าสู่พื้นอย่างสวยงามด้วยสภาพที่ไม่ได้ถูกยิงเลยแม้เพียงสะกิดนัดเดียว

 

สำเร็จ!!!”พวกมิเนอร์ว่าส่งเสียงร้องเชียร์อย่างยินดี

น...หนอยแน่ทว่าแรงค์ยังมีแรงลุกขึ้นมาได้อีก คราวนี้โทสะครอบงำเขาเสียจนโงหัวไม่ขึ้น เขาทำหน้าตาดุดันอย่างกับสัตว์ร้ายที่บ้าคลั่งด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ลมหายใจของเขาหนักจนออกเสียงหืดหอบ แต่ริมฝีปากเปิดเผยให้เห็นการกัดฟันอย่างเจ็บใจยิ่งนัก แววตาของเขาขณะนี้แทบจะเหมือนคนไร้สติ แม้แต่หมาจิ้งจอกจริง ๆ คงไม่มีตัวไหนหน้าตาเวลาโกรธน่ากลัวเท่าเสียด้วยซ้ำ

 

พวกแกเตรียมตัวตาย!” โฟตอนแคนน่อนทั้งสองกระบอกข้างหลังถูกตั้งขึ้นพาดบ่า ล็อคออนเป้าหมายไปยังศัตรูตรงหน้า ทว่าเขาเหมือนจะไม่ได้เสียสติสักทีเดียว เพราะการเล็งเป้าหมายของเขาในขณะนี้เป็นที่มั่นใจว่าไม่มีทางเป็นลูกวืดเปล่าเด็ดขาด

 ว้าย!” ซาซ่าส่งเสียงเมื่อเห็นว่าแรงค์ลุกขึ้นได้และกำลังเล็งมายังพวกเธอทุกคน 

ขณะที่ริวเน่เห็นอีกฝ่ายเตรียมใช้อาวุธร้ายแรงดังนั้นก็เตรียมจะหลบ แต่ทันทีที่เสียงตกใจของซาซ่าเข้าหู ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าจุดที่เธอยืนอยู่นั้น อยู่ระหว่างมันกับพวกมิเนอร์ว่า ถ้าหากเธอหลบล่ะก็ ลำแสงนั่นต้องคร่าชีวิตทั้งสามคนนี้เป็นผุยผงแน่ ที่สำคัญเธอก็ยังไม่ลืมว่าหนึ่งในสามคนนั้นบาดเจ็บอยู่ด้วย

 

ฮะฮะฮ่า รู้ตัวแล้วสิ ถ้างั้นก็...” ปากกระบอกของลำกล้องปืนใหญ่ทั้งสองกำลังชาร์จพลัง พร้อมจะยิงเพื่อปลิดชีพทั้งสี่คนในไม่ช้า

 

ทุกคน หลบเร็ว!” มิเนอร์ว่ารีบเตือนทุกคน แต่ซาซ่าก็รีบแย้ง แต่เอคิโดน่าเค้า…”  ทันทีทำให้เธอเพิ่งนึกได้ว่าลูกน้องเธอบาดเจ็บอยู่ คงไม่มีแรงพอจะกระโดดหลบได้ทันแน่

ไม่ต้องห่วงฉัน! หลบไปก่อนเอคิโดน่าฝืนพูดด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วเธอก็เจ็บแผลขึ้นอีก โอ้ยยย

ไม่! ชั้นทิ้งเอคิโดน่าไม่ได้ เราต้องไปด้วยกันซาซ่าพยายามจะแบกตัวของเอคิโดน่าโดยเอาแขนพาดไหล่เธอ แต่มันก็เหมือนเป็นเพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์ เพราะแม้สาวน้อยจะขึ้นชื่อด้านความเร็ว แต่เมื่อไม่สวมแบทเทิลสูทเธอก็ไม่มีแรงมากพอจะแบกสาวผมสั้นหนีวิถีกระสุนได้ทันแน่

นี่ เธอ ชื่อริวเน่ใช่มั้ยเอคิโดน่าเรียกชื่อของคนที่เพิ่งเจอครั้งแรกยังไม่ค่อยคุ้น เธอช่วยพาหัวหน้ากับเด็กคนนี้หลบไปก่อน ไม่ต้องห่วงชั้นเข้าใจมั้ย

ไม่! จะให้ชั้นทิ้งเธอได้ยังไง รู้มั้ยว่าเอคิโดน่าน่ะ เหมือนพี่สาวของชั้นนะซาซ่ายังคงรบเร้าอย่างดื้อดึงจะพาเธอหนีด้วยกันให้ได้ เธอถึงกับร้องไห้ออกมาอีก

 ลาตายกันเสร็จรึยัง!” แรงค์ตะโกนดังมายังพวกเธอด้วยความเสียงเกรี้ยวกราดน่ากลัวราวกับมัจจุราช ด้วยความรู้สึกรำคาญมิตรภาพซึ่งเป็นสิ่งชวนอ้วกสำหรับเขา 

ถ้าชั้นสวมเกราะได้ล่ะก็..... มิเนอร์ว่าได้แต่บ่นอุบอิบอย่างเจ็บใจทำอะไรไม่ถูก ที่ทั้งที่ตนเป็นผู้นำแต่เวลานี้กลับทำอะไรไม่ได้เลย

หยุดนะแรงค์! แกต้องการเพียงแค่ชั้นไม่ใช่รึไง!” ในที่สุดสาวผมเขียวก็ตัดสินใจ เธอลุกขึ้นพูดกับอดีตแฟนของตนอย่างห้าวหาญด้วยความเป็นผู้นำ

 

ฮ่าๆๆ นังโง่ ถึงตอนนี้แล้วพวกเธอต้องตายทั้งหมดแหละ โทษฐานที่เป็นเสี้ยนหนามของจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่ดูเหมือนเขาไม่ฟังอะไรแล้ว นอกจากต้องการปลิดชีพพวกเธอทั้งหมดในการยิงครั้งสุดท้าย

 มิเนอร์ว่าได้แต่กัดฟันกรอด ๆ แต่ริวเน่ก็ยืนหันหลังขวางเธอเอาไว้ มองไปยังสัตว์ร้ายที่กำลังคลั่ง แต่คำสนทนากลับพูดกับเธอที่อยู่หลังแทน ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ให้พวกคุณตายแน่ เพราะคนที่สมควรตายไม่ใช่พวกคุณทั้งสามเลย แต่เป็นเจ้าคนชั่วช้าอย่างมันต่างหากริวเน่กล่าวเสียงหนักแน่น คล้ายจะขอให้พวกมิเนอร์ว่าเชื่อใจเธอ 

ชิ้นส่วนสีเหลืองที่ติดเกราะไหล่ทั้งสี่ส่วนที่เปลี่ยนรูปมาจากปลายหอกแยกออกจากส่วนเกราะบ่าทั้งสองข้าง และลอยขึ้นราวกับเป็นอาวุธประเภทบิท

 

เฮอะ ผู้หญิงมันก็โง่กันอย่างงี้แหละน้า งั้นก็ตายซะ! Twin Photon Rifle ยิง!!!!!” สิ้นเสียง ปืนใหญ่ลำแสงคู่ถูกยิงออกมาราวกับแสงแห่งความตายที่จะนำพาเหล่าสาว ๆ สู่นรกในทันที

 

“Blade! Defense!!!!”

สิ้นเสียงของอัศวินสาว ลำแสงขนาดใหญ่ทั้งสองเส้นที่อยู่ใกล้กันจนกลมกลืนราวกับเป็นท่อแสงคู่ติดกันขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่เธอที่ยืนอยู่หน้าสุด แต่ทว่ามันกลับถึงเพียงแค่ระยะห่างจากเธอไปประมาณ 30 ซม. แล้วกระจายออกไปเป็นสะเก็ดพลังงาน ราวกับว่าถูกกั้นด้วยแผ่น