2007/Dec/31

[Chapter II : Friends]

Phase I : หมาป่าใจดีกับลูกแมวน้อย

     ท่ามกลางความเงียบ มีเพียงแต่เสียงกดปุ่มตึกตักดังระรัวติดต่อกัน นิ้วบาง ๆ ทำหน้าที่ของมันได้ไม่เบาทีเดียว สายตาเด็กสาวจับจ้องหน้าจอคอมฯ ผ่านกรอบแว่นสี่เหลี่ยมอันหนาเตอะและผมเผ้าที่ยาวแทบปรกบังสีหน้าอันเรียบเฉย นิ้วเรียวบางทั้งสิบทำหน้าที่ของมันอย่างรวดเร็วคล่องแคล่วยังกับเต้นระบำบนปุ่มพลาสติก นอกจากแสงจากหน้าจอแล้วก็มีเพียงหลอดตะเกียบที่เปิดอยู่เพียงดวงเดียวบนกำแพงข้างหลัง ชวนให้คนที่อยู่เป็นเพื่อนด้วยกุมมือเวียนหัวเล็กน้อยกับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย

 ขอโทษนะที่เรียกออกมากลางดึกอย่างนี้เสียงแหบแห้งของสาวใหญ่ราวกับนอนไม่พอ ปนไปกับเสียงหายใจหอบเล็กน้อยอย่างอึดอัด แต่เด็กสาวผิวคล้ำก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เป็นมิตรในตัว ขณะที่มือสีแทนทำหน้าที่ของมันต่อไปอย่างไม่ลดละ ไม่หรอกค่ะ ปกตินอนไม่หลับฉันก็มาค้นคว้าไม่ก็ฝึกเทเลคิเนซิสเป็นประจำอยู่แล้ว      จนป่านนี้เธอก็ยังอดสงสัยไม่ได้ ว่าแม่คุณอยู่ชินกับบรรยากาศชวนปวดหัวปวดตาริบหรี่แบบนี้ได้ยังไง ขนาดคนที่เป็นผู้อำนวยการอย่างเธอก็ยังรู้จักพักผ่อนกับห้องนอนกว้าง ๆ ทาสีอ่อนสบายตา เปิดบานเกล็ดรับลมเย็นสบายยามค่ำคืน นอนแผ่หลาบนเตียงนุ่ม ๆ กับเขาเหมือนกัน แล้วพวกอัจฉริยะหนอนหนังสือเขามีระบบหายใจกับสายตาเป็นยังไงกันนะ ถึงกินนอนในห้องสมุดที่ถึงจะใหญ่แต่น่าอึดอัดแบบนี้ได้ หลอดไฟตั้งเยอะแยะดันมาเปิดแค่หลอดตะเกียบอันเดียวจ้องหน้าคอมอย่างนี้อีก ที่จริงแล้วเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห้องใต้ดินนี้คนออกแบบให้มีการระบายอากาศจากจุดไหนบ้าง รู้แต่ว่าก็คงมีแหละไม่งั้นเธอสองคนคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้หรอก แต่สำหรับเธอแล้วมันเป็นห้องที่ระบายอากาศได้ค่อนข้างแย่ผิดกับขนาดมโหฬารของมัน ที่สำคัญ ห้องสมุดที่ใหญ่แถมมีชั้นหนังสือเรียงแปลก ๆ เป็นเขาวงกตซะขนาดนี้ แต่คอมพิวเตอร์ที่ใช้ค้นหาหนังสือกลับเป็นของเก่าสืบทอดจากรุ่นปู่ของเด็กคนนี้ ซึ่งใช้ระบบ DOS รุ่นเก่าเก๋ากึ๊กที่ขนาดบริษัทใกล้เจ๊งยังไม่ใช้กันด้วยซ้ำ แถมยังเป็น DOS สั่งทำพิเศษที่เซียนคอมพิวเตอร์ทั่วไปยังบ่นว่าซับซ้อนสุด ๆ อีกด้วย      สักพักหนึ่ง มือของเธอก็หยุดและปล่อยออกห่างจากแป้นพิมพ์ พร้อมกับเอนหลังลงพนักเก้าอี้ติดล้อถอยหลังมาหยุดที่ตัวของสาวใหญ่ ทำให้เธอรู้สึกตัวจากห้วงความคิดอันน่าเวียนหัว

มีอะไรเหรอ วาเนซซ่า

 พบแล้ว มีข้อมูลอยู่จริง ๆ เธอตอบหลังจากถอนหายใจเล็กน้อย ในขณะที่หน้าจอขึ้นตัวหนังสือยุ่บยั่บไปหมดจนสาวใหญ่ที่ปกติดูไม่ค่อยรู้เรื่องกับเธออยู่แล้วยิ่งมึนหัวเข้าไปใหญ่ด้วยความง่วง กับการที่สมองเหมือนได้รับออกซิเจนที่มีความเข้มข้นต่ำกว่าปกติไปหน่อย      เด็กสาวผิวสีแทนหน้าเป็นกระเล็กน้อย ไว้เรือนผมสั้นสีเขียวแก่คล้ายมะกรูด ซึ่งทรงสั้นเรียบแบบดูกลมรีคล้ายหัวเห็ด นอกจากตรงหน้าที่ลงมาปรกระดับสายตาเล็กน้อยจนน่าสงสัยว่าไม่บดบังทัศนียภาพคุณเธอหมดหรือไร แต่งกายด้วยชุดนอนแขนขายาวสีเหลือง บ่งบอกว่าเวลานี้จริง ๆ น่าจะเป็นเวลานอนของเธอเช่นเดียวกับคนทั่วไป แต่จะเพราะชินกับการอยู่ดึกหรืออย่างไร ทำให้เธอดูไม่ค่อยเหมือนคนกำลังง่วงเท่าไหร่  ซึ่งในกองกำลังวานาดีสเรียกเธอว่า อัจฉริยะเนื่องจากแม้จะอายุเพียงสิบสี่ แต่มันสมองของเธอชนิดที่คนเรียนจบดอกเตอร์ยังยกนิ้วให้ด้วยซ้ำไป หากแต่นิสัยที่ชอบหมกมุ่นเก็บตัวเพียงลำพังและใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือและฝึกฝนความสามารถพิเศษของตัวเองแล้ว น้อยครั้งนักที่จะได้ติดต่อพูดจากับคนอื่นแม้แต่กับหัวหน้าของเธอเองก็ตาม ชื่อของเธอคือ วาเนซซ่า ไอริเอส 

ตามข้อมูลที่คุณให้มา พยายามค้นหาดูแล้ว ถึงใช้เวลาพอสมควรเพราะค่อนข้างอยู่ลึกมาก แต่ในที่สุดก็พบเบาะแสที่ส่วนที่หนึ่งร้อยห้าสิบเจ็ด หมวดร้อยเจ็ดสิบเอ็ด อยู่แถว ๆ ชั้นที่หนึ่งพันสามร้อยห้าสิบสี่

 

คำพูดของเด็กสาวแว่นทำเอาสาวใหญ่ในชุดนอนสีแดงเข้มแบบสายเดี่ยวเอวลอยสุดเซ็กซี่ โชว์สัดส่วนเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นที่เทียบกับสาวน้อยได้คนละเบอร์ ถึงกับยกมือกุมขมับด้วยความเอียน เนื่องจากไม่ใช่แค่ฟังไม่ทัน แต่แค่นึกจะเข้าไปหาข้างในเขาวงกตก็ชวนเธอแทบจะอ้วกแตกแล้ว ถึงจะจ้างใครคนอื่นไปหาก็คงไม่มีใครอยากทำ ยิ่งกว่านั้นทั้งที่ที่นี่เป็นห้องใต้ดิน แต่ชั้นหนังสือทุกชั้นกลับสูงถึงระดับอาคารสองชั้น แล้วดันมีบันไดให้ปีนไปหยิบแค่บางส่วนเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นคงมีแต่ผู้สืบเชื้อสายบรรณารักษ์ผู้ดูแลห้องสมุดแห่งนี้ ซึ่งได้ชื่อว่าฝึกฝนศาสตร์ลี้ลับอย่าง พลังจิตมาเท่านั้นกระมังที่สามารถเอามันลงมาได้ เธอยิ่งนึกในใจว่าทั้งที่ห้องก็ออกจะกว้างใหญ่ ทำไมไม่ปรับปรุงที่นี่ให้เป็นมาเธอร์คอมพิวเตอร์ระดับบิ๊กเบิ้มแทนนะ จะได้ไม่ต้องลำบากอย่างล้าสมัยแบบนี้ และคนอยากจะยืมหนังสือก็ไม่ต้องรอให้บรรณารักษ์ไปค้นมาให้ตั้งนานจนบางทีเป็นวันด้วย

 นับว่ายังดี ที่ห้องสมุดนี้มีคนมาใช้บริการน้อยมาก ไม่ใช่แค่เพราะล้าสมัยและยุ่งยากแถมผู้ดูแลแค่คนเดียวเท่านั้นหรอก แต่หนังสือที่นี่ล้วนแต่เป็นหนังสือยาก ๆ แบบเก่าแก่โบราณโบร่ำที่คนไม่ค่อยสนใจกันแล้วเสียมากกว่า แต่ที่ผู้อำนวยการสาวถ่อลงมาที่นี่เพราะค้นหาจากข้างบนแล้วไม่เจอร่องรอยของสิ่งที่เธออยากรู้เลยแม้เพียงเสี้ยวเดียว 

สำหรับฉันในตอนนี้ คาดว่าอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองวัน แล้วจะพยายามหาเล่มที่ช่วยได้มากที่สุดออกมาให้

 

ได้ฟังเช่นนั้น มิเนอร์ว่ากระแอมเล็กน้อยเพราะความไม่ชินกับบรรยากาศใต้ดินนี้ แต่เธอก็ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน

ขอบใจมากนะ แต่ว่าอย่าฝืนล่ะ เหนื่อยก็พักบ้างละกัน

 

ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ

 

จ๊ะ แล้วจะหาซื้อเสบียงมาเพิ่มให้อีกนะ

 

     ถึงแม้คน ๆ นี้จะหมกตัวอุดอู้อยู่แต่ในห้องแบบนี้ก็ตาม ชนิดนาน ๆ จะขึ้นไปบนพื้นดินทีก็ตาม แต่สำหรับมิเนอร์ว่าแล้ว วาเนซซ่าก็นับเป็นสมาชิกคนหนึ่งเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ ดังนั้นเธอจึงทุ่มทุนสักหน่อยซื้อเสบียงอาหารที่เก็บได้นานมาฝากบ่อย ๆ เป็นการตอบแทน เพราะแม้อย่างน้อยที่สุดที่ผ่านมาเด็กคนนี้ก็ช่วยเธออยู่หลายครั้งเหมือนกันเวลาต้องการ แม้บางทีจะไม่เกี่ยวกับหนังสือที่เก็บไว้ก็ตาม

 

ราตรีสวัสดิ์นะ อย่าฝืนล่ะเด็กดีสาวใหญ่กล่าวอย่างเอ็นดูเธอ พลางหาวไปด้วยความง่วงสุดจะทนต่อไหว  ในขณะที่วาเนซซ่านั้นดูเหมือนจะแค่พยักหน้าตอบเฉย ๆ แต่ใครจะรู้ว่าริมฝีปากเธอก็แอบยิ้มเล็ก ๆ ด้วยความดีใจอยู่เช่นกัน

 - - - - - - - - - - - - - - -

     แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่องสว่างเรืองรองพุ่งจ้าผ่านเข้าทางหน้าต่างพร้อมกับอากาศสดชื่นยามเช้าทันทีที่หญิงสาวผลักบานไม้ทั้งสองข้างออก เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรับเอาอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด แต่ไม่ทันไรก็ต้องชะงักทรุดตัวลงเล็กน้อย มือซ้ายยกขึ้นสัมผัสผ้าพันแผลบริเวณไหล่ขวาอย่างช้า ๆ ขณะที่ร่างกายสั่นเทาด้วยอาการบาดเจ็บ แสงแดดส่องให้เห็นร่างอันอรชรของเธอภายใต้ชุดนอนสายเดี่ยวสีฟ้าบาง ๆ อกเป็นอก เอวเป็นเอว แม้ว่าจะมีรอยแผลตำหนิอยู่บ้างตามตัวและบริเวณแขนขาที่ดูใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย บ่งบอกถึงการผ่านการต่อสู้จำนวนมาก ผมสั้นสีเทาอันยุ่งเหยิงของเธอกลับดูส่องประกายระยิบระยับงดงามเมื่อสัมผัสกับแสงตะวัน แลดูคล้ายกับผืนผ้าสีเงินวาววับ สีหน้าของเธอขุ่นมัวด้วยอาการบาดเจ็บแต่เธอก็พยายามพยุงกายเอาไว้ พลางกัดฟันเพื่ออดกลั้น เธอตั้งสติเพื่อให้เจ็บน้อยลง ก่อนที่จะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ เพื่อมองทิวทัศน์ข้างนอก หมู่แมกไม้ที่ขึ้นเรียงรายออกใบเขียวชอุ่มไปทั่วรอบ ๆ บริเวณอาคารช่วยให้บรรยากาศรุ่งเช้าอันสงบสุขช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้

 

     หลังจากที่ใจของเธอเพลิดเพลินกับบรรยากาศข้างนอกได้สักพัก เธอหันกลับเข้ามาและมองไปยังเตียงนอนแบบคู่ในห้อง สายตาทอดไปยังร่างน้อย ๆ อันบอบบางในเสื้อแขนยาวและกกน.ตัวเดียว ที่นอนขดตัวอยู่ข้าง ๆ ตรงที่ยังมีรอยย่นยุบจากน้ำหนักของตัวเธออยู่ก่อนหน้า ราวกับลูกแมวตัวน้อยที่กำลังหลับใหล หน้าตายามนิทรานั้นขาวผ่องจิ้มลิ้มราวกับนางฟ้าตัวเล็กในนิทาน เรือนผมยาวสีน้ำตาลอ่อนพาดคดเคี้ยวอยู่ตามผิวหน้า ไหล่ และพื้นเตียงบริเวณศีรษะ ดูแล้วทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูเหมือนเด็กตัวเล็ก ๆ น่ารักน่าชังจนไม่อยากเชื่อว่าจะอายุสิบห้าตามที่เจ้าตัวบอกจริง ๆ

      ตามปกติแล้วนี่เป็นเวลาที่จะปลุกซาซ่าขึ้นมาเพื่อช่วยซักผ้าและรีดผ้า ส่วนเธอมีหน้าที่เก็บผ้าที่ตากไว้ก่อนแล้วเพียงเท่านั้นเพราะปกติแล้วเธอไม่ค่อยถนัดงานบ้านงานเรือนสักเท่าไหร่ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเธอก็รู้จักแต่เพียง การต่อสู้ เท่านั้น เพียงแต่วันนี้ไม่ใช่ ในความรู้สึกของเธอวันนี้กลับนึกขึ้นมาว่าอยากทำอะไรสักอย่างให้น้องสาวตัวเล็ก ๆ บ้าง เธอจึงปล่อยให้หลับอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานเช้านี้ 

- - - - - - - - - - - - - - -

โอ๊ยยยยย!!!!!!!!!!” เสียงร้องเจ็บของหญิงสาวดังขึ้นพรวด ทำให้เด็กผู้หญิงร่างเล็กสะดุ้งตื่นและกระโดดลุกพรวดขึ้นมาตั้งท่านั่งย่อเข่าเตรียมพร้อมอย่างฉับไวบนพื้นเตียงราวกับนินจา เพราะนึกว่ามีข้าศึกหรือคนร้ายบุกเข้าห้อง

 เอคิโดน่า เกิดอะไรขึ้นเธอขานเรียกเพื่อนเธออย่างตื่นตูมโดยไม่แม้แต่จะจัดแจงทรงผมอันยุ่งเหยิง เธอเห็นเอคิโดน่ายืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะรีดผ้า ในสภาพหายใจหนักแบบแทบไม่เป็นจังหวะ มือขวาฝืนยกขึ้นกุมมือซ้ายที่เหมือนจะเป็นบริเวณที่เจ็บ และจากการที่เธอผละตัวอย่างรวดเร็วทำให้แผลที่ไหล่กำเริบยิ่งทำให้อาการสาหัสเข้าไปอีก 

เด็กสาวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องไม่พบว่ามีศัตรูหรือผู้บุกรุกคนใด แต่ด้วยความตื่นตัวและเป็นห่วงเพื่อน เธอจึงกระโดดออกจากเตียงและวิ่งเข้าไปหาสาวร่างสูงทันที

 

เป็นอะไรหรือเปล่าเธอถามอย่างเป็นห่วง พอดีกับที่สายตาได้เห็นรอยสีขาวพองจากการถูกลวกที่มือซ้าย ใกล้ ๆ นั้นมีเตารีดที่กำลังไฟติด แถมหน้าปัดหมุนก็ตั้งไว้ที่ความร้อนสูงเกินสำหรับเสื้อสีฟ้าที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ สังเกตได้ว่าเนื้อผ้าเริ่มจะมีสีน้ำตาลคล้ำจากการไหม้แล้ว

ว้ายยยเด็กสาวพอเข้าใจสถานการณ์และไม่รอช้ารีบหยิบเตารีดขึ้นตั้งไว้ข้าง ๆ ทันที แล้วหันมากล่าวกับเอคิโดน่าที่ยังคงเจ็บมือ ทำอะไรน่ะ รีดผ้ามันงานของฉันไม่ใช่เหรอไง ซาซ่านั้นรู้ดี ว่ารูมเมทของเธอแม้จะถนัดการต่อสู้ โดยเฉพาะการใช้ปืน แต่เรื่องงานบ้านงานเรือนไม่เป็นเลยสักอย่างหรือแม้แต่คิดจะทำเอง จึงสงสัยว่าวันนี้ทำไมจึงทำตัวแปลกกว่าทุกที 

ไหนขอดูซิเด็กส