Fiction

วันนี้เข้ามาแล้วตกใจหมดเลย ว่าทำไมที่ลงไว้หายไปหมด หลังจากที่ exteen เข้าไม่ได้ไปเมื่อเช้า กลับมาไม่รู้ฟิคหายไปได้ยังไง งั้นขอลงใหม่ละกันค่ะ 

 

[Chapter I : นักรบสาว วาลคีรีออน ปรากฎตัว]

Phase I : พานพบ 

เพล้ง!!!! ก๊องๆๆ

กรี๊ดดดด

     เสียงขวดแก้วกระทบพื้นแตกดังลั่น ตามด้วยเสียงถาดหล่นกระทบพื้น พร้อมกับเสียงร้องด้วยความตกใจกลัวดังขึ้น ณ สถานที่ภายในโรงเหล้าอันเสื่อมโทรม อันซึ่งกลิ่นแอลกอฮอล์เหม็นฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วอาณาเขต มีบางสายตาจับจ้องไปดูเหตุการณ์ นอกเหนือจากบางคนที่อาจจะได้ยินเป็นกิจวัตรอยู่แล้วจึงทำเพิกเฉยเหมือนไม่มีอะไร

 

หิๆๆ อะไรกันจ๊ะน้องสาว แค่นี้ทำเป็นร้องเสียงหัวเราะอันน่าเกลียดปนหื่นกามของเจ้าอ้วนร่างยักษ์ตัวโต ที่กำลังขยุกขยิกนิ้วมือที่เพิ่งไปจับต้องของสำคัญของบริกรสาวที่เพิ่งเผลอทำถาดใส่แก้วตกพื้นไปเมื่อกี๊นี้เอง

ม....ไม่นะ อย่า....เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ดูจากรูปร่างหน้าตาไม่น่าเกินสิบเจ็ด กำลังตัวสั่นด้วยความกลัว เธอพยายามขอร้องไม่ให้เจ้าตัวโตทำอะไรเธอ แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลนัก สายตาของมันและลูกน้องอีกห้าหกคนราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย ในขณะที่คนรอบข้างไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเหลือเธอ สำหรับบางคนมันถือว่าก็ไม่ใช่เรื่องอยู่แล้ว หรืออาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับสถานที่อโคจรเช่นนี้ หรืออีกเหตุผลที่ชัดเจนกว่าก็คือ ทุกคนรู้กันดีว่าเจ้าช้างตัวสูงเกือบสองเมตรนี้ เป็นเจ้าถิ่นที่ไม่มีใครกล้าแหยม บางทีที่ว่าเข็มขัดที่รัดไม่ค่อยอยู่ของมันถักมาจากเส้นผมของคนที่ตกเป็นเหยื่อของแขนยักษ์นับร้อยคนอาจไม่เกินจริงมากไปนัก

 

     แต่สำหรับฉัน มิเนอร์ว่า ราชินีแห่งความยุติธรรม คนนี้แล้ว คงจะใจร้ายเกินไปหากจะไม่เหลียวแล จริง ๆ ชั้นมีเหตุผลของฉันเอง ไม่เช่นนั้นคงไม่มานั่งอยู่ในสถานที่อับกลิ่นไม่พึงประสงค์แบบนี้ ทั้งที่ไวน์ชั้นเลิศที่กองบัญชาการยังมีดีกว่าที่นี่เยอะ แต่ถึงนี่มันจะนอกเรื่อง ไหน ๆ ก็มีคนตั้งฉายาให้ฉันแล้ว จะให้เสียชื่อก็กระไรอยู่

 

เพล้ง!

โอ๊ยยย!” เสียงร้องของเจ้ายักษ์ ลั่นขึ้นทันทีที่แก้วไวน์ถูกขว้างเข้าใส่หัวจนแตก ทั้งแก้วทั้งหัวคน ทุกคนถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อพบว่ามีคนกล้าบ้าบิ่นขนาดท้าทายเจ้าคุมถิ่น

หมูจะหามดันเอาคานเข้ามาสอด ใครวะ ใคร!”

 

     เจ้าหมูตอนท่าทางโกรธจัด มันแกว่งหัวมองหาคนที่เล่นงานมัน ก็คือชั้นนี่แหละ แต่เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน ใช่ที่ไหนกัน แก้วก็ยังอยู่ในมือฉันนี่ เหล้ารสเห่ยนี่ก็ยังอยู่ในแก้วอยู่เลย แล้วใครกันล่ะ ใครกล้าถึงขนาดตัดหน้าเรา ไม่สิ ที่แบบนี้มีใครเป็นสุภาพบุรุษหรือเรียกอีกมุมว่า บ้าพอ ที่จะเล่นเป็นผู้พิทักษ์คุณธรรมอยู่ด้วยเหรอ

 

ชั้นเอง!” มาแล้ว เสียงนั่น เสียงของคนที่ท้าทายเจ้ายักษ์หมูตอน แต่เอ๊ะ เสียงแบบนี้มันผู้หญิงชัด ๆ จะบ้าเหรอ

 อะไรกันวะ นี่แกเจ้ายักษ์หันไปหาร่างที่สวมผ้าคลุมปิดบังกายทั่วร่าง ที่น่าจะเป็นเจ้าของเสียง และก็คงใช่จริงด้วย แต่ก็ยังดี ที่บริกรสาวคนนั้นถือโอกาสนี้วิ่งหนีเข้าไปหลังประตูแล้ว เพราะเจ้ายักษ์และลูกน้องมันมัวแต่สนใจหญิงห้าวที่อยู่ใต้ผ้าคลุมนั่น

เสียงแบบนี้มันผู้หญิงนี่ เธอเป็นใครลูกน้องคนนึงของเจ้ายักษ์ชี้หน้าถามเสียงดัง ในความคิดของมันก็คงคิดว่าเธอคนนั้นเป็นแค่สตรีเพศแต่ดันรนหาที่

หนอย เป็นผู้หญิงแท้ ๆ แต่เล่นทำตัวเป็นผู้ผดุงคุณธรรมรึไงเจ้ายักษ์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงมีน้ำโห พูดไปสำหรับฉันมันก็เหมือนโดนตัวเองไปด้วย 

เปล่า.... แค่ไม่ชอบขี้หน้าพวกแกผู้หญิงคนนั้นตอบ ขณะที่มือกำผ้าคลุมเอาไว้ และดึงมันโยนทิ้งไป

และก็ สิ่งที่พวกแกทำมันเห็นแล้วหงุดหงิด

     ไม่น่าเชื่อ เธอคนนั้นจะพูดจาได้ราวกับชายอกสามศอก น้ำเสียงนั่นฟังดูเหมือนเธอจะไม่รู้สึกกลัวเจ้าอ้วนนั่นเลยสักนิด เธอเป็นสาววัยรุ่นที่อายุน่าจะอย่างต่ำก็สิบเจ็ด ผมสีบลอนด์ยาวถึงกลางหลัง ดวงตาสีฟ้า สวมใส่ชุดที่โชว์รูปร่างที่ดูเพรียวโค้งเว้าชัดเจน เพราะมีเพียงเกาะอก เสื้อตัวนอก ผ้าคาดหัว และกางเกงยีนส์เก่า ๆ ขาด ๆ พร้อมเข็มขัดเท่านั้น สิ่งที่ดูเป็นอาวุธได้ก็คือ ดาบซามูไรเล่มยาวประมาณ 70 ซม.กว่า ๆ  ที่อยู่ในฝักที่เธอพกไว้ที่เอวซ้าย เธอคนนี้เป็นนักดาบหญิงงั้นหรือนี่

 

น....หนอย... เป็นผู้หญิงแค่มีดาบอย่าซ่านักเจ้ายักษ์ดูท่าทางจะโกรธมากที่โดนขัดความสุข จึงออกคำสั่งลูกน้องทันที

พวกเรา สั่งสอนความเป็นหญิงให้มันหน่อยซิ

      พวกลิ่วล้อของเจ้าถิ่นพากันส่งเสียงรับพร้อมทั้งรุมถลาเข้าหานักดาบหญิง จริง ๆ ก็อยากเข้าไปช่วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าฉันคนนี้เฝ้าดูฝีมือของเธอก่อนน่าจะดีกว่า ว่ากันว่าพวกซามูไร นักรบจากดินแดนตะวันออกไม่ชอบให้คนอื่นยุ่งกับการต่อสู้ของตัวเองนัก ตอนนี้ฉันคงทำได้เพียงมองเธอผ่านกรอบแว่นนี่อย่างคลาดสายตาไม่ได้เท่านั้น 

ย่าห์!” เสียงตะโกนแบบนี้แหละ ว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ของพวกนักสู้ตะวันออก แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ เธอคนนั้นไม่ได้ชักดาบออกมาตามวิสัยนักดาบ แต่กลับเตะ! เท้าของเธอที่สวมรองเท้าหนังกระแทกใส่หน้าของอันธพาลคนนึงเต็ม ๆ  ขณะเดียวกับที่เธอก็หลบการโจมตีของพวกมันคนอื่นอย่างคล่องแคล่ว และแจกทั้งหมัดและเตะ วิธีการต่อสู้ของเธอไม่เพียงแต่ดูมีพลังอย่างเดียว แต่บางจังหวะก็มีความอ่อนช้อยแฝงอยู่ เมื่อเธอเอี้ยวตัวหลบปากฉลามและจับแขนมันโยนทุ่มไปทางบาร์เทนเดอร์ที่เดิมเพิกเฉยแต่คราวนี้ต้องวิ่งหลบ ดูจากท่อนแขนแล้ว แสดงว่าที่เธอทำได้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแรงจากอันธพาลคนนั้นด้วย แม้แต่มิเนอร์ว่าคนนี้แม้จะรู้จักศาสตร์ทำนองนี้แต่ก็เพียงผิวเผินเท่านั้น

 

ย๊ากกกกก

กะแอ้กกกก

     หมัดเสยของเธอกระแทกคางของลิ่วล้อที่น่าจะเป็นคนสุดท้ายจนผงะถอยหลังและล้มทรุดลง เหมือนจะเหลือเพียงแค่ตัวหัวหน้า ไม่สิ ยังมีอีก

 

ข้างหลัง!” ฉันตะโกนเรียกเตือนเธอไปโดยไม่รู้ตัว เพราะลูกน้องมันอีกคนกำลังเงื้อเก้าอี้จะฟาดเธอจากข้างหลัง

 

ฮ่าห์!” เด็กสาวนั่นหันกลับไปต่อยเก้าอี้ไม้นั่นจนพังไม่มีชิ้นดี ชนิดที่ว่าฉันเองไม่อยากเชื่อ ผู้หญิงอะไรจะมีแรงมากมายมหาศาลขนาดนั้น

ติดกับแล้ว

หา!”

 

     แต่เธอพลาดไป เจ้านั่นมันแค่ใช้เก้าอี้เป็นนกต่อ แล้วกระโจนเข้าไปจับด้ามดาบที่พกอยู่ที่เอวซ้าย หมายจะดึงออกมาจัดการเธอเอง

เสร็จล่ะแม่สาวน้อย ฮะ..เฮ้ย!” ขณะที่เจ้าหน้าเหียกเหมือนหัวไชเท้าแต่สะเออะไว้ผมทรงพังค์กำลังจะดึงดาบ เหมือนมันจะตกใจอะไรบางอย่าง ไม่ทันไรก็

 อุ๊ก!” ดูเหมือนว่ามันจะโดนเข่าลอยของนักดาบสาวเข้าอย่างแรง มันเดินถอยห่างจากเธอไปได้เพียงสองสามก้าว ก็ต้องล้มทรุดลงกองกับพื้นอันสกปรกของผับ นี่เท่ากับว่าเธอเอาชนะพวกลิ่วล้อได้หมดโดยที่ดาบไม่ได้ถูกดึงออกจากฝักเลยสักนิดงั้นรึ 

ให้ตายสิ ไอ้พวกไม่ได้เรื่องทั้งนั้นดูท่าทางเจ้าอ้วนฮิปโปโปนั่นจะหมดความอดทน ฉวยโอกาสที่เด็กสาวกำลังเผลอ กระโจนพุ่งเข้าใส่ในทันทีไม่ให้ได้ตั้งตัว

 

ฮึแต่ซามูไรสาวก็ไหวตัวทัน ล้มตัวลงไปทางด้านข้าง และใช้ขาของเธอ ดูเหมือนจะเป็นการกระทำที่โง่ชัด ๆ ที่ใช้ขาบาง ๆ ของผู้หญิงในการขัดขาเจ้ายักษ์ให้ล้ม ทว่ามันก็ได้ผล เจ้ายักษ์ไม่ทันระวังตัวเผลอล้มและกลิ้งไปตามแรงวิ่งของตัวเอง คนกลุ่มหนึ่งลุกวิ่งหนีไปคนละทางก่อนที่ร่างอันใหญ่โตเหมือนลูกบอลยักษ์จะชนโครมกับโต๊ะของพวกเขาราวกับโบวลิ่ง

 

     ช่างเหลือเชื่ออะไรเช่นนี้ ตั้งแต่เกิดมาแม้สำหรับฉัน ผู้ที่เห็นการต่อสู้ของผู้หญิงที่ไม่แพ้ผู้ชายมานักต่อนักจนเป็นเรื่องชินชา แม้แต่ฉันเองก็เป็นคนที่มีฝีมืออันดับต้น ๆ แต่ก็ไม่เคยเห็นนักรบหญิงที่ไหนมีท่อนขาเปล่า ๆ ที่แข็งแกร่งกว่าขาแข็ง ๆ ของผู้ชายหลายคนเสียอีก ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเก่งแค่ไหนก็เลือกที่จะหลบเฉย ๆ มากกว่าจะเล่นวิธีนี้อยู่แล้ว แสดงว่าการฝึกร่างกายของคน ๆ นี้คงเหนือชั้นกว่าที่ฉันรู้จักมาอย่างเทียบไม่ติด

 ว่ายังไง เจ้าลูกบอลตัวโต จะยอมแพ้ดี ๆ มั้ยนักสู้สาวคนนั้นขู่เจ้ายักษ์ แต่ทว่าเจ้ายักษ์ก็ไม่ยอมเสียเหลี่ยมกับผู้หญิงง่าย ๆ อุ้งมือมันคว้าเศษแก้วเศษไม้บนพื้น การจู่โจมของมันต่อไปก็เดาไม่ยาก 

ย....แย่แล้ว! หลบเร็ว!” ฉันเผลอตะโกนเตือนเธอไปโดยไม่ทันคิดอีกแล้ว แต่เหมือนเธอจะรู้ตัวช้าไปนิด เจ้ายักษ์นั่นโยนเศษแก้วเศษไม้จำนวนมากเข้าใส่เด็กสาว แม้ว่าเธอจะเบี่ยงตัวหลบได้แต่นั่นกลับทำให้เธอเสียหลัก เท้าไปลื่นไถลขวดไวน์ที่หล่นอยู่บริเวณนั้นพอดี

 

อ๊ะ!” เด็กสาวอุทานออกมาในช่วงเดียวกับที่เศษพวกนั้นส่วนหนึ่งโดนหน้าเธอ แม้จะโชคดีที่หลับตาไว้และโดนแค่เฉี่ยวเล็กน้อย แต่เพราะเธอล้มลงทำให้เสียจังหวะ และถูกเจ้ายักษ์ที่รีบลุกขึ้นมาจับตัวไว้ได้ด้วยอุ้งมือที่ราวกับหมีตัวโต

 

ฮ่าๆๆ จับตัวได้แล้ว ยัยหนูตัวแสบมันจับเธอยกขึ้นจากพื้น เธอพยายามจะดิ้นให้หลุดแต่เหมือนกับว่าจะไม่เป็นผล

 

ปะ....ปล่อยนะเธอกล่าวสั้น ๆ เสียงอึดอัด คงเพราะเจ้ายักษ์มันบีบรัดตัวเธอไว้แน่นทีเดียว

 

ซนอย่างนี้ต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว ว่าแล้วเจ้ายักษ์ก็ยกตัวเธอขึ้นมา แล้วจับด้วยมือสองข้าง และดึงตัวเด็กสาวเข้ามาหาตน จนหน้าอกของเธอแนบกับตัวเจ้ายักษ์หื่นกาม

อะ...อั้กเด็กสาวทำท่าทางทรมาน แต่นั่นทำให้เจ้ายักษ์ยิ่งสะใจขึ้นไปอีก ดูท่าทางมันจะสนุกมากเหมือนกับได้ของเล่นชิ้นใหม่ทีเดียว ในขณะที่เด็กสาวดูทรมานและแขนขาก็ถูกรัดแน่นจนตอนนี้ถึงแม้จะอยากจะชักดาบออกมาก็คงไม่ไหว

 ฮ่า ๆ ๆ เป็นผู้หญิงต้องทำตัวน่ารักหน่อย แหม นิ่ม ๆ อย่างนี้ไม่น่าฝืนหาเรื่องเจ็บตัวเลยนะจ๊ะ เจ้ายักษ์พูดเยอะเย้ยดูถูกเธอด้วยเสียงหื่น ๆ ในขณะที่มันกำลังอ้าปากและแลบลิ้นแกว่งไปมาเตรียมพร้อมสำหรับกิจกรรมบัดสีของพวกนิสัยเลวเกินเยียวยา 

     ดูเหมือนว่าจะถึงคราวที่ฉันต้องออกโรงบ้างแล้ว แต่ทันใดนั้นเอง เด็กสาวแข็งใจพอ ถือโอกาสที่กำลังจะแนบหน้า ดิ้นสุดตัวไปทางด้านข้างและ.... กัด!” ใช่แล้ว ฉันดูไม่ผิดหรอก เธอกัดหูของเจ้ายักษ์ อันที่จริงแล้วถ้ากัดลิ้นมันที่อยู่ใกล้กว่าน่าจะง่ายกว่า แต่ยังไงก็เถอะ ฉันเป็นผู้หญิงก็เข้าใจดี ว่าเธอคนนั้นคงไม่อยากให้ปากตัวเองเปื้อนมลทินจากลิ้นสกปรกนั่นหรอก

 

โอ๊ยยยยยเจ้ายักษ์ร้องดังลั่นด้วยความเจ็บปวดสุด ๆ จังหวะเดียวกับที่มันคลายแรงบีบที่มือทั้งสองออก และเป็นโอกาสของเธอคนนั้นแล้ว

 

ไอ้โรคจิต ไปตายซ้า!!!!!!!” เด็กสาวใช้จังหวะนี้ต่อยหมัดรัวใส่หน้าของเจ้ายักษ์อย่างเต็มที่เป็นชุด และแต่ละหมัดเองก็เร็วและดูรุนแรงใช่เล่น ก่อนที่เธอจะลงพื้นอย่างสวยงาม ในขณะที่เจ้ายักษ์ที่โดนหมัดชุดเข้าไปเต็มที่

 

และนี่คือบทเรียน…..” ว่าแล้วเหมือนจะยังไม่สาแก่ใจ คุณเธอจึงซ้ำด้วยสุดยอดท่าไม้ตายที่ลูกผู้หญิงรู้จักดี ว่ากับผู้ชายมันได้ผลดีขนาดไหน

 

นั่นก็คือ..... เตะผ่าหมาก!

 โอ๊ยยยย โฮย... ก....ก...ก....แก..... สังเกตให้ดีจะเห็นชัดเลยว่าฟันของมันส่วนนึงร่วงออกมา เลือดไหลกบปาก แต่ไม่ใช่แค่นั้น เจ้ายักษ์ที่โดนเล่นงานเข้าที่หัวอย่างเต็มที่ ดูเหมือนว่าจะไม่เหลือแรงที่จะแผลงฤทธิ์ต่อ ดูเหมือนว่าจุดที่ถูกต่อยจะโดนที่สำคัญไปหลายแห่ง ทั้งคาง ดั้งจมูก เบ้าตา ยังไม่นับรอยเขี้ยวที่ใบหูซ้ายอีกนะ แต่ที่เหมือนจะได้ผลดีที่สุด คงหนีไม่พ้น จุดสำคัญใต้ร่มผ้าที่คงจะไม่เหลือสภาพดีไปแล้ว 

โครม!!!! ดังคำว่า ตัวใหญ่ล้มดัง ในที่สุดมันก็ล้มลงหมดสภาพที่จะลุกขึ้นมาอีกนาน ชนิดที่เหล้าดีกรีแรงขนาดไหนก็คงให้หลับนานได้ไม่เท่าแน่ ๆ

 

ฮึ! จะดูถูก จะกลั่นแกล้งผู้หญิงที่ไหน ต้องไม่ใช่ที่ ๆ ริวเน่คนนี้ผ่านมา ขอบอกไว้เลยนักบู๊สาวปัดเนื้อปัดตัวราวกับปัดมลทินจากเจ้าพวกอันธพาลด้วย ดูเหมือนว่าพวกที่เหลืออยู่จะตัวสั่นงึกงักไปหมดด้วยความตกตะลึง ไม่เว้นแม้แต่บาร์เทนเดอร์ที่ไม่รู้เรื่องด้วย

เพราะมัน... น่าถีบ!!!!” เธอตะเบ็งเสียงดังลั่น ก่อนที่จะเดินไปหยิบผ้าคลุมประจำตัวขึ้นมาสวมใส่ดังเดิม และซอยเท้าเดินออกจากร้านไปด้วยท่าทีหงุดหงิด โดยที่ไม่มีพนักงานร้านคนไหนหายตาตั้งมาเรียกเก็บค่าเสียหายได้ทัน

 

     ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครนะ เห็นทีจะต้องไปคุยด้วยหน่อย นาน ๆ คนอย่างฉันจะสะดุดสายตาใครสักคนนึงเป็นพิเศษแบบนี้

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

     เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ เสียงมีดสั้นเล่มหนึ่งหล่นกระทบพื้นดังก๊องแก๊ง ทั้งที่เปื้อนคราบเลือดด้วย แต่เปื้อนที่ด้าม กับเปื้อนที่คมมีดเพียงเล็กน้อยเกินกว่าจะมาจากไปแทงใครมาแล้ว ขณะเดียวกับที่เจ้าของมีดร้องเจ็บปวดและฟุบลงกับพื้นในสภาพอ่วมอรทัย เช่นเดียวกับพรรคพวกอีกหลายคนที่มีสภาพไม่ต่างกัน

 

อะไรกัน แค่นี้เองเหรอนักบู๊สาวในชุดท้าลมร้อน เดินไปหยิบผ้าคลุมเก่า ๆ ขาดวิ่นสกปรกมาสวมตัวอีกครั้ง แล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เพราะพวกอันธพาลชุดใหม่ที่จู่ ๆ ก็มาหาเรื่องเธอกลางซอยตันอย่างนี้  ถึงจะสร้างร่องรอยและบาดแผลให้กับเธอได้บ้างด้วยวิธีหมาหมู่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีอะไรมากกว่าพวกกุ๊ยธรรมดา ที่เธอไม่จำเป็นต้องดึงดาบออกจากฝักเลยแม้มิลเดียว แต่เธอก็นึกสงสัยว่า ถ้าเป็นพวกเดียวกับไอ้ยักษ์นั่นจริง มันทำไมกล้ามาแหยมอีกในเมื่อหัวหน้าก็เดี้ยงไปแล้ว

 

พลัน เธอก็ได้ยินเสียงรวยระรินของอันธพาลคนนึงที่ยังดูเหมือนจะมีสติอยู่ จึงเดินเข้าไปและดึงคอเสื้อขึ้นมา

ตอบมา พวกแกเป็นพวกเดียวกับไอ้ยักษ์ในผับนั่นใช่มั้ย

อ....อ...ป...เปล่า!” เจ้ากุ๊ยตอบด้วยท่าทางสาหัสและหวาดกลัวปนกัน

แล้วทำไมพวกแกอยู่ ๆ ถึงมาทำร้ายชั้น เธอตะคอกกลับไปอย่างรุนแรงและอารมณ์เสีย

ค...คือว่า พ... พวกเราถูกจ้างมาพูดจบมันก็หมดสติไปในทันที

บ้าเอ๊ย.... เด็กสาวสบถและปล่อยร่างมันลงพื้นตามเดิม ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงปรบมือดังเข้ามาในหู

 

ใครกัน!” เธอหันไปทางที่มาของเสียงตามสัญชาตญาณ และเบื้องหน้าของเธอก็คือ ผู้หญิงผมยาวสีเขียว หน้าตาดูสะสวย แต่สีหน้ากลับดูคมเข้ม แม้จะสวมแว่นกรอบสี่เหลี่ยมใหญ่แต่ก็มิอาจซ่อนนัยน์ตาสีตองอ่อนดูใส ๆ แต่จ้องเธอเขม็งราวกับเหยี่ยว  ไหนจะริมฝีปากที่อวบอิ่ม โดยรวมดูมีสเน่ห์ใช่น้อย ทั้งที่สวมชุดเครื่องแบบสีแดงดูคล้ายผู้อำนวยการอะไรสักอย่างมิดชิด แต่ก็มิอาจซ่อนรูปร่างและทรวดทรงที่ใหญ่และเพรียวชนิดที่เป็นอุดมคติของผู้ชายทั้งหลาย รวมถึงส้นสูงสีแดงแป้ดไม่แพ้ชุด คุ้น ๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าเพิ่งเห็นผ่าน ๆ ที่ร้านเหล้า แต่นึก ๆ ไปน่าแปลกที่ผู้หญิงที่แต่งตัวดูดีเช่นนี้จะมาอยู่ในที่แบบนั้น หรือแม้แต่ตรอกซอยสกปรกอย่างเช่นที่นี่

 

ยอดเยี่ยม เก่งกาจพอตัวนี่นาสาวใหญ่กล่าวชมเธอด้วยท่าทีเรียบเฉย แสดงสายตามาราวกับจะบอกว่าเธอเป็นคนจ้างพวกนี้มาเอง แต่เหมือนเธอจะไม่ใส่ใจสภาพของพวกที่เธอจ้างมาว่าจะเป็นตายร้ายดียังไงเลย

 

คุณเป็นใคร ทำไมถึง...เด็กสาวไม่สนใจคำชม แต่ชิงถามคำถามก่อนด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจนัก

 

ใจเย็น ๆ เธอพูดขัดก่อนที่เด็กสาวจะพูดจบ ขอโทษด้วยที่ทำแบบนี้ ชั้นแค่อยากทดสอบเธอ

 

ตอบมาก่อน คุณเป็นใครกันแน่สาวรุ่นทวงคำตอบเนื่องจากเบื่อกับท่าทีกวนประสาทเต็มทนแล้ว

 

ก็ได้ ๆ ชื่อของฉันก็คือ มิเนอร์ว่า เกลซานิส และที่ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อยื่นข้อเสนอให้เธอ

 

ข้อเสนอ!? ข้อเสนออะไร

 

คนอย่างเธอมีฝีมือพอผ่านเกณฑ์ แต่เท่าที่เห็นน่าจะยังไม่ใช่ทั้งหมด ดังนั้น ฉันจึงอยากให้เธอ เข้าร่วมกองกำลังของพวกฉันดีมั้ยล่ะ

 

กองกำลัง!?” เด็กสาวทำหน้าฉงน เธอคนนั้นจึงกล่าวต่อ

 

เธอชื่อ ริวเน่ ใช่มั้ย  ฉัน หัวหน้าหน่วยกองกำลังพิเศษ Vanadis จะขอชวนเธอเข้าเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับพวกจักรวรรดิอาเธเรีย

 

"ว่าไงนะ" ริวเน่ถึงกับตาลุกด้วยความสะดุดใจในสิ่งที่ได้ยิน

 [To Be Continued]

edit @ 9 Oct 2007 16:58:21 by Cliff Erenedes & Valkyrion Ryuune

[Chapter I : นักรบสาว วาลคีรีออน ปรากฎตัว

Phase II : คนทรยศ

     สายตาของริวเน่ จ้องมองไปยังหญิงสาวปริศนาที่ปรากฏตัวต่อหน้า พลางยืนท้าวสะเอวแสดงความเป็นสาวมั่นอย่างเต็มตัว ในใจเกิดความสงสัยหลายอย่าง ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่า มิเนอร์ว่า เกลซานิสคนนี้เป็นใครกันแน่ แล้วกองกำลัง Vanadis อะไรนั่น ไม่เห็นได้ยินมาก่อนเลย ถึงจะบอกว่าต่อสู้กับพวกจักรวรรดิ ศัตรูของเธอก็ตามเถอะ 

ม...ไม่เห็นเคยได้ยินเลย ชื่อกองกำลังอะไรนั่นน่ะริวเน่ตอบกลับไป และแสดงสีหน้าบ่งบอกถึงความไม่ไว้ใจในตัวสาวใหญ่

 

ไม่แปลกที่เธอจะไม่รู้ เพราะกองกำลังของเราเป็นหน่วยลับที่แยกออกมาจาก Resistance อีกที เป็นทีมที่มีแต่ผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราทุกคนก็มีความสามารถที่โดดเด่นไม่แพ้พวกผู้ชายหรอก

 

“Resistance หมายความว่าเธอเป็นคนของกลุ่มต่อต้านจักรวรรดิสินะถึงแม้ริวเน่จะไม่เคยได้ยินชื่อหน่วยลับอะไร แต่ถ้าพูดถึงรีซิสแทนต์ล่ะก็ยากจะหาใครที่ไม่รู้จัก เพราะผู้ปกครองที่เลวทรามต่ำช้าแบบนั้นใครไม่คิดต่อต้านก็แปลกแล้ว

 

ว่ายังไง ชั้นว่าหน่วยก้านเธอดีพอที่จะเข้าร่วมกับพวกเราได้เลยนะ อาจจะได้เป็นดาวเด่นเลยล่ะผู้หญิงที่ชื่อมิเนอร์ว่ากล่าวชักชวน

 

ไม่ล่ะ ขอปฏิเสธทว่าริวเน่กลับพูดจาอย่างตัดรอน จริงอยู่ที่ชั้นเองเกลียดแค้นพวกจักรวรรดิ แต่กะอีแค่พวกนั้นชั้นจัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใคร

 

     มิเนอร์ว่ายังคงรักษาสีหน้าและความเยือกเย็นเอาไว้เป็นปกติ เพราะคำตอบที่ได้รับมันอาจจะเหมือนการเสียมารยาท แต่ดูเหมือนเธอจะคิดว่าไม่ใช่สิ่งที่แปลกอะไรสำหรับคนพเนจรที่พกพาดาบแบบนั้น เพราะมีคำกล่าวว่าซามูไรมักจะโดดเดี่ยวและไม่ภักดีใครอื่นนอกจากคนที่ตนเองยึดถือเป็นเจ้านาย

หึ สมเป็นซามูไรเลยนะ

เปล่า ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกริวเน่ตอบกลับแบบปฏิเสธคำยกยอของคู่สนทนา พวกซามูไรที่ว่ามันต้องมีทั้งชุดที่เป็นเอกลักษณ์ และก็เจ้านายที่อารักขา กับธรรมเนียมปฏิบัติอะไรไม่รู้ ที่สำคัญต้องเป็นคนต่างชาติ แต่สำหรับฉัน เรียกว่าคนพเนจรเฉย ๆ จะถูกกว่า

 

ขณะที่พูด นักดาบสาวก็ลดมือซ้ายของตนลงไปจับด้ามดาบไว้ และยกขึ้นเล็กน้อยพอให้ดู

ชั้นก็แค่เรียนวิชาดาบแขนงนั้นมาจากคนอื่น แล้วก็ได้เจ้านี่มาเป็นที่ระลึก ก็แค่นั้นแหละ

 

อ๋องั้นรึมิเนอร์ว่าเลิกคิ้วเล็กน้อยขณะที่ฟังเด็กสาวพูดต่อ

ที่สำคัญ เป็นถึงหัวหน้าแต่มาชวนคนไม่รู้หัวนอนปลายเท้าอย่างฉันไปร่วมทีมมันจะดีรึคราวนี้ริวเน่กลับเป็นฝ่ายถามกลับแบบกวนเล็กน้อย ถ้าเกิดฉันเป็นคนของจักรวรรดิขึ้นมา ไม่เท่ากับว่าเธอตกอยู่ในอันตรายเลยเหรอ

 ฝ่ายมิเนอร์ว่าได้ยินเช่นนั้นก็สยายผมเล็กน้อยอย่างสบายอารมณ์ เส้นผมสีเขียวสะท้อนแสงอาทิตย์วาววับดั่งมรกต ทำเอาคู่สนทนายกมือบังด้วยว่าแสบตา ท่าทางของหญิงสาวราวกับจะบอกว่าต่อให้อมพระมาร้อยองค์ก็ไม่เชื่อว่าริวเน่จะมีโอกาสเป็นอย่างว่าแม้แต่ 1 ใน 100

แค่เห็นผู้หญิงคนเดียวจะโดนลวนลามก็รีบช่วย แล้วนับประสาอะไรกับจักรพรรดิจิตวิปริตที่เห็นผู้หญิงทั้งโลกเป็นแค่ของเล่นสนุก

หึ นั่นสินะริวเน่พยักหัวเห็นด้วยกับเธอ ผู้ซึ่งยังคงไม่ปล่อยโอกาสเชิญชวนต่อ

ฉันอยากให้เธอลองคิดให้ดี เพราะถึงยังไงพวกจักรวรรดิก็ไม่ใช่ว่าคน ๆ เดียวจะทำอะไรพวกมันได้ อย่าว่าแต่แม่ทัพสงครามทั้งเจ็ดเลย ทั้งเทคโนโลยี กำลังพล หรือแม้แต่วิธีการของพวกมัน สู้ด้วยตัวคนเดียวมันไม่ต่างจากหัวเดียวกระเทียมลีบ เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้แตะต้องขนคิ้วมัน

 

     ริวเน่ได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มทำสีหน้าครุ่นคิด ที่เธอคนนี้พูดมามันก็จริงอยู่ ในฐานะที่ตนตั้งตัวเป็นศัตรูกับพวกมันก็ใช่ว่าจะไม่รับรู้อะไรเลย อย่างน้อยที่สุดตัวเธอเพียงลำพังตอนนี้ก็ไม่มีทางทำอะไรได้จริง ๆ อย่างว่า แต่ถึงกระนั้น...

 

ขอโทษนะ ชั้นคงเข้าร่วมกับคุณไม่ได้หรอกนั่นคือคำตอบที่ออกจากปากของเด็กสาว ก่อนที่เธอจะก้าวเดินออกมาและสวนทางกับสาวใหญ่

 

หึ น่าเสียดายนะมิเนอร์ว่าเอ่ยก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินผ่านไป ฉันไม่ได้บังคับอยู่แล้ว เธอจะทำอะไรมันก็เรื่องของเธอ

 

     ริวเน่ได้ยินเช่นนั้นก็ผ่านไปโดยไม่คิดจะหันหลังกลับ อย่างน้อยที่สุดก็ไม่คิดให้อีกฝ่ายเห็นท่าทีลังเลของตน แม้จะได้ยินประโยคทิ้งท้าย

แต่ถ้าสักวันเราได้พบกันอีก โดยไม่ใช่ในฐานะศัตรู จะเปลี่ยนใจก็บอกละกันนะ

 

     ทว่านั่นริวเน่ก็ไม่ยอมแสดงท่าทีสนใจให้เห็น แต่มิเนอร์ว่าเองก็แอบยิ้มเล็ก ๆ ราวกับหัวเราะในความน่ารักของเด็กจอมเล่นตัว

 

ว่าไป นี่ก็ใกล้จะได้เวลาแล้วสินะสาวใหญ่รำพึงในใจ ก่อนที่จะเริ่มหันกลับไปยังทางออกของตรอก แล้วเดินจากไปโดยไม่หันไปสนใจกลุ่มนักเลงที่เธอจ้างชั่วคราวอย่างไม่ใยดี

 หรือให้พูดจริง ๆ คือ เธอลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนจ้างพวกนั้น แล้วก็ดันไม่มีหน้าไหนได้สติลุกขึ้นมาทวงค่าจ้างกันแม้แต่คนเดียว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

มาช้าจังเลยนะชายหนุ่มหน้าตาขาวเรียบเกลี้ยง ผมสีน้ำตาลทองจัดทรงเรียบลงมาถึงจอน ดวงตาสีดำคมเข้ม แต่งตัวด้วยเสื้อสูทสีน้ำเงิน ผูกเนคไทค์สีเทาลายขวาง กางเกงขายาวสีเดียวกลมกลืนไปกับเสื้อสูท ผูกเข็มขัดยี่ห้อแบรนด์เนม บ่งบอกว่าเขาเตรียมตัวมาอย่างดีที่สุดสำหรับการนัดครั้งสำคัญซึ่งมีไม่บ่อยนัก

ขอโทษทีแรงค์ ติดธุระนิดหน่อยหญิงสาวชุดแดงรีบวิ่งมาหาด้วยท่าทีตะกุกตะกัก ถึงจะรีบร้อนแต่เพราะส้นสูงที่เธอใส่ทำให้วิ่งได้ไม่ถนัดนัก

ธุระอะไรเหรอชายหนุ่มชื่อแรงค์ถามด้วยสีหน้างุนงง

ม....ไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก รีบไปกันเถอะมิเนอร์ว่ารีบเปลี่ยนเรื่อง เนื่องจากไม่อยากให้เวลาที่มีค่าของเธอกับเขาเสียไปโดยเปล่าประโยชน์มากกว่านี้ เพราะแค่โอกาสที่เขาจะออกปากนัดเดทกับเธอนั้นน้อยนิดอยู่แล้ว ซึ่งเธอเองก็เข้าใจเหตุผลดี เพราะสำหรับหัวหน้าหน่วยย่อยพิเศษของกองกำลังต่อต้านแล้ว ยิ่งต่างคนต่างอยู่คนละหน่วยด้วยแล้ว โอกาสที่จะลาพักงานมาใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันแค่วันนึงก็ยากแล้ว

 

ทั้งสองคนเริ่มก้าวขาออกจากบริเวณหน้าร้านตัดผมที่เป็นจุดนัดพบ โดยมีจุดหมายคือโรงหนังที่อยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งสมัยนี้จัดเป็นโรงหนังเกรดบี แต่นั่นก็นับว่าหรูมากแล้วสำหรับคนกินเงินเดือนไม่ค่อยเยอะแบบทั้งสอง

 ทั้งคู่เดินดูโปสเตอร์ที่บอกโปรแกรมภาพยนตร์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกหนังที่จะดูเรื่องนี้ท่าทางน่าดูนะชายหนุ่มแนะนำหนังผีแนวตลกฮากลิ้ง ซึ่งมีไม่กี่คนที่รู้ใจยอดนักรบสาวแห่งหน่วยรบสตรีแกร่งว่าจะชอบหนังประเภทนี้

รู้ใจชั้นจริง ๆ นะคะคุณเธอยิ้มชื่นให้กับแรงค์ ผู้เดาใจเธอถูกตรงเป๊ะ ก่อนที่จะตกลงเลือกเรื่องนี้กับเขาด้วย

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

ปัง! เสียงปิดประตูห้องน้ำดังเนื่องจากบานประตูถูกผลักเข้าหาล็อค ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวของเธออยู่แล้วเมื่ออยู่คนเดียว  หลังจากนั้นเด็กสาวก็ดึงผ้าขนหนูเช็ดตัวสีขาวออกและพาดมันไว้กับราว จากนั้นจึงหันไปก้มตัวและเอามือจุ่มน้ำในอ่าง ซึ่งมีไอน้ำระเหยอยู่บ้างเล็กน้อย เมื่อรู้สึกว่าอุ่นพอเหมาะแล้ว เธอก็ยกขาขึ้นก้าวลงแช่ในอ่าง และตามด้วยเรือนกายทั้งหมด

 

เฮ้อ.....

     ริวเน่ส่งเสียงอย่างสบายตัวไปกับความรู้สึกอุ่นสบายท่ามกลางหมู่ไอน้ำ ทั้งยังได้ชำระล้างร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อไคล รวมถึงความสกปรกและโสโครกจากการมีเรื่องในวันนี้ ร่องรอยบาดแผลเล็กน้อยที่ได้รับก็ราวกับว่าเหมือนไม่เคยมีมาก่อนเลย

      ในขณะที่กำลังถูสบู่ไปตามตัว และแขนขาอยู่นั้น พักหนึ่งเด็กสาวก็หยุดและมองดูร่างของตนเอง ผิวพรรณอันขาวนวลผ่อง สัดส่วนได้รูปร่างดี กะประมาณได้คัพดี แต่แทนที่เธอจะยินดีกับการมีหุ่นดี แต่สีหน้าของเธอกลับดูหม่นหมองและเศร้าสร้อย ราวกับร่างนี้มิได้เป็นของตัวเธอเองมาแต่แรก 

ครึ่งปีเห็นจะได้แล้วสินะ เธอบ่นรำพึงถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ ซึ่งเธอรู้ดี แม้จะรู้สึกสมเพชตัวเองไปบ้าง แต่เธอก็ยกมือขึ้นกุมหัว แล้วพยายามควบคุมสติ

ม...ไม่สิ เราจะมาสับสนตอนนี้ไม่ได้ เราตัดสินใจไปแล้วนี่นา และที่สำคัญ

ทันใดนั้น จู่ ๆ เรือนร่างของเธอนับแต่ช่วงสะโพกลงไป ที่จมอยู่ในอ่างน้ำ ค่อย ๆ ส่องประกาย และเริ่มเปลี่ยนลักษณะผิวไป จากสีเนื้อนวล ค่อย ๆ กลายเป็นสีเงินของโลหะ ลักษณะคล้ายกับเกราะช่วงขาที่ทำจากเหล็ก ดู ๆ ไปก็คล้ายกับหุ่นยนต์หรืออะไรทำนองนั้น

นี่สำหรับเราก็ดีแค่ไหนแล้ว..... เพราะต่อให้ต้องเป็นอะไรยิ่งกว่านี้ ชั้นก็จะล้างแค้นให้พี่ให้ได้

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

     หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ริวเน่ก็ตัดสินใจลงบันไดโรงแรมมาเพื่อทานอาหารเย็น เธอแต่งตัวด้วยเสื้อยืดแขนสั้นสีฟ้า ทับด้วยเสื้อกั้กนอกตัวเดิม และกางเกงยีนส์ที่ตัดขาจนสั้นขอบวิ่น ๆ และผ้าคาดหัวสีน้ำเงินประจำตัว

 

     ขณะที่เธอกำลังก้าวลงมาใกล้ถึงขั้นล่างสุด ก็ต้องสะดุ้งกับเสียงแสบแก้วหู

โอ๊ยยยยยย จะบ้าตาย หาหลายที่แล้วนะ

ใจเย็น ๆ ค่ะ คนอื่นเค้ามองกัน ตามมาด้วยเสียงของเด็กผู้หญิงที่พยายามกล่อมเจ้าของเสียงแปดหลอด

      เมื่อหันไปมอง เห็นผู้หญิงสองคนที่คนนึงรูปร่างสูงยาวเข่าดี หน้าอกหน้าใจมีพร้อม ผมสั้นสีเทา ดวงตาสีดำยิ่งดูน่าเกรงขามเวลาขมวดคิ้ว แต่งตัวด้วยเสื้อแขนสั้นรัดรูปสีดำ ตรงกลางอกเป็นรูปหัวหมาป่าใส่ปลอกคอหนาม ตรงข้อแขนสวมกำไลที่มีหนามรอบนอกคล้ายปลอกคอหมาในรูปบนเสื้อ ดูราวกับนักเลง กางเกงยีนส์ขายาวมีรอยขาดเป็นแถบ ๆ ตรงบริเวณเข่า แม้แต่รองเท้ายังเป็นบู้ทแบบทหาร แต่ที่เด่นสะดุดตาคือ ห่อผ้าที่ถูกสะพายหลังอยู่มีลักษณะเป็นแท่งยาวหนาพอสมควร ซึ่งผู้หญิงคนนี้แหละเป็นเจ้าของเสียงเขย่าโสตประสาทคนรอบข้าง ในขณะที่อีกคนนั้นดูตรงกันข้าม เป็นเด็กสาวร่างเตี้ย สูงไม่น่าจะเกิน 150 cm. ผมสั้นเช่นกันแต่มีสีน้ำตาลอ่อน หน้าตาจิ้มลิ้มสมเป็นเด็ก รวมถึงรูปร่างสัดส่วนที่แทบจะแบนราบ ในขณะที่ชุดสวมใส่นั้นไม่มีอะไรมากกว่าเสื้อแขนสั้นสีส้มลายตาข่าย และกางเกงรัดรูปสีดำกับรองเท้าผ้าใบ ตอนนี้ดูเหมือนทั้งสองคนกำลังพูดคุยอะไรบางอย่าง ทว่าพวกนั้นดันพูดเสียงดังจนเธอที่ยืนอยู่ตรงนี้ได้ยินไปด้วย

ยังไงเราก็ต้องรีบหาให้เจอ

แต่เราไม่รู้ว่าหัวหน้าอยู่ไหนนี่นา เครื่องมือสื่อสารก็ดันปิดซะนี่

งั้นก็ยิ่งแย่ ป่านนี้อาจจะตกอยู่ในอันตรายก็ได้

แต่หัวหน้าของเราก็.....

ถ้าเกิดพวกมันเล่นเตรียมอะไรตุกติกไว้ล่ะ ถึงเป็นหัวหน้าก็เถอะ เราต้องไปช่วย หลังจากนั้นทั้งสองก็รีบโกยฝีเท้าออกทางประตูหน้าโรงแรมในทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของประชาชนรอบทิศ

หัวหน้า?ริวเน่รู้สึกสะกิดใจกับสองคนนั่น กับคนที่พวกนั้นเรียกว่าหัวหน้า ไม่รู้ว่าทำไม เธอถึงนึกไปถึงผู้หญิงที่เธอพบเมื่อตอนกลางวันได้นะ ในเมื่อมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้

 

     แต่จากประโยคเท่าที่พอจับใจความได้ มันก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกี่ยวข้องกัน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอสักหน่อย หากทีมที่ว่านั่นเก่งจริง ๆ ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องพึ่งเธอเลย

 

ตุกติกนั่นคือความคิดอีกหนึ่งที่ผุดขึ้นในความคิดเธอ มันเชื่อมโยงไปกับศัตรูที่เธอจงเกลียดจงชังที่สุดในโลกนี้เสียด้วย เพราะหากพูดถึงพวกมันก็ไม่แปลกเลยที่คำนี้จะตามมาด้วย

 สู้ด้วยตัวคนเดียวมันไม่ต่างจากหัวเดียวกระเทียมลีบ เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้แตะต้องขนคิ้วมัน…..”ถ้าสักวันเราได้พบกันอีก โดยไม่ใช่ในฐานะศัตรู จะเปลี่ยนใจก็บอกละกันนะ……” 

คำพูดเหล่านั้นผุดขึ้นในหัวสมองของเด็กสาว เธอกำมือแน่นจนตัวสั่น ทั้งที่ไม่ค่อยชอบนิสัยแบบนี้ของตัวเองเท่าไหร่ แต่จนแล้วจนรอดก็หนีไม่พ้นสักทีจนได้อีกแล้ว

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เป็นยังไงบ้างสองหนุ่มสาวเดินออกมาจากโรงหนัง ฝ่ายชายเริ่มถามความรู้สึกคู่เดทก็ไม่เลว แต่ไม่นึกเลยนะว่าจะแฝงแนวคิดดี ๆ ไว้ด้วยฝ่ายหญิงตอบยังไง?ฝ่ายชายถาม แต่ฝ่ายหญิงก็หัวเราะคิกคักก่อนที่จะตอบ

ดูเหมือนว่าฉันจะต้องหาทางพิสูจน์คุณแล้ว ว่าคุณรักฉันจริงหรือเปล่า คงไม่ทรยศไปหาสาวที่ไหนนะ

 

     ชายหนุ่มฟังเช่นนั้นก็ยิ้มให้ ก่อนที่จะกล่าว

ถ้าคุณอยากรู้ งั้นตามผมมาสิว่าแล้วฝ่ายชายก็จูงมือหญิงสาวเดิน ทำเอาเธอยกมือประคองแก้มด้วยความเขิน ทั้งที่ฝีเท้าก็ก้าวตามแฟนหนุ่ม

 

     สักครู่ ทั้งสองก็ได้มาถึงบริเวณท่าเรือ ซึ่งเนื่องจากเวลานี้เย็นมากแล้วจึงดูไม่ค่อยมีคนนัก ในขณะที่สายลมเย็น ๆ พัดเข้าหาฝั่งอย่างร่มรื่น  พระอาทิตย์เริ่มทอแสงสีส้มแดงเป็นการบอกลาหน้าที่ในวันนี้ แม้แต่ผู้หญิงอย่างมิเนอร์ว่าเอง แม้ว่าปกติจะต้องพบกับความตึงเครียดอยู่เสมอในหน้าที่การงานจนรอยตีนกาแทบขึ้น แต่พอมาได้อยู่ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้กับคนที่เธอรักแล้ว ราวกับนกที่ได้บินออกนอกกรงเลยทีเดียว

     สาวใหญ่วิ่งนำหน้าแฟนหนุ่มและหมุนตัวโลดเต้นอย่างสุขใจสักพักก่อนที่จะหันกลับมา

คุณมีอะไรจะให้ฉันเหรอเธอทวงถามเขาด้วยรอยยิ้ม

โอ๊ะ ผมเกือบจะลืมให้ซะแล้วสิ แรงค์ก้มหน้าลงและเอามือล้วงเข้าไปในเสื้อสูท แล้วหยิบเอาของบางอย่างออกมา ในขณะที่มิเนอร์ว่านั้นแอบลุ้นอยู่ในใจและไว้ใจเขามากเกินไปจนไม่ทันรู้สึกตัว จนกระทั่งคำพูดบอกลาสุดท้ายของแฟนหนุ่ม

ตายซะเถอะทว่าเมื่อเธอลืมตามองอีกที สิ่งที่อยู่ในมือของแรงค์ก็คือ ปืน! แถมสายเกินกว่าเธอจะไหวตัวทันแล้ว!!!!

 

โป้ง!!!!!

     เสียงดังระเบิดขึ้นทันทีที่ปืนถูกลั่นไก ทว่าปืนกลับหล่นลงพื้น แถมวิถีกระสุนก็ยังพลาด และเบนห่างออกจากตัวหัวหน้ากองกำลังสาวแกร่งที่กำลังตกใจ 

คะ....ใครกัน!” แรงค์ขณะนี้สีหน้ากลายเป็นโกรธเกรี้ยวและดูโหดเหี้ยมผิดจากที่เคยเป็น เมื่อพบว่าการสังหารของตนล้มเหลว มือขวาที่เคยถือปืนตอนนี้มีเลือดไหลลงถึงพื้น เนื่องจากถูกเสียบด้วยมีดสั้นขนาดพกพา

 

     เมื่อมิเนอร์ว่าเริ่มตั้งสติได้แม้ยังไม่มั่นคงนัก แต่จากมีดสั้นที่เธอเห็น ทำให้เธอพอรู้ได้ว่าใครเป็นคนขว้างมา

 

หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ คนทรยศ ปรากฏร่างของเด็กผู้หญิงร่างเตี้ยในมาดองอาจ ผู้เป็นเจ้าของมีดสั้นเล่มนั้นเอง และเป็นคนที่มิเนอร์ว่ารู้จักเป็นอย่างดี เพราะเด็กคนนี้ก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของวานาดีส

 

ซาซ่า!” สาวใหญ่ขานชื่อเธอ ในขณะเดียวกับที่แรงค์หันไปทางเธอด้วยสีหน้าเคียดแค้น

 

หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ แรงค์!” เสียงผู้หญิงที่แหลมกว่าดังมาจากอีกทาง สาวผมสั้นสีเทาขณะนี้เล็งปืนกลยาวไปทางปีศาจในคราบผู้ดี

พวกชั้นรู้เรื่องหมดแล้ว ที่แกทรยศพวกเดียวกันแล้วฆ่าทุกคนในหน่วยของแกเอง

 

เอคิโดน่า!” มิเนอร์ว่าขานชื่อเธออีกคน หลังจากนั้นจึงหันไปทางแรงค์แล้วตะโกนถามด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อตาตัวเอง

หมายความว่ายังไง อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ น้ำเสียงของเธอแทรกด้วยความโกรธและผิดหวังที่โดนคนที่เธอรักและไว้ใจหลอก

ฮึ! ดันมีตัวยุ่งเข้ามาขวางซะได้ทว่าแรงค์กลับเอ่ยปากอย่างไม่รู้สึกผิดใด ๆ

ตอนนี้แกโดนพวกเราล้อมไว้แล้ว ยอมให้จับตัวดีกว่าไม่งั้นแกพรุนแน่เอคิโดน่าส่งเสียงขู่ แต่ทว่าจู่ ๆ ชายผู้หักหลังกลับยิ้มเยาะออกมาและหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

ฮ่าๆๆๆ ใครว่าล่ะ

เอคิโดน่า ระวัง!” ซาซ่าตะโกนเตือนคู่หูอย่างรวดเร็ว

 

เปรี้ยง!!!! กระสุนปืนพุ่งเข้ามาทันที แต่นับว่าโชคดีที่เอคิโดน่าไหวตัวทันสมกับฉายาของเธอ หมาป่าสาวแต่ถึงแม้จะเบี่ยงตัวทันแต่ก็ยังโดนเข้าที่บ่าขวาจนเลือดพุ่งกระฉูด

อ๊า!!!” หมาป่าสาวร้องอย่างเจ็บปวด ท่ามกลางความตื่นตะลึงของสองสาวที่เหลือ

       ทว่าไม่ใช่แค่นั้น จู่ ๆ ก็มีพวกคนจำนวนมาก ล้วนแต่เป็นเหล่าชายฉกรรจ์หน้าตาโฉด ต่างคนต่างสวมชุดที่ปลอมตัวเป็นกลาสี แต่บางคนดูเหมือนโจรสลัดเสียมากกว่า ทั้งตัวเล็กหน้าตาเจ้าเล่ห์ ไปจนถึงพวกตัวโตบึกบึนหน้าตาหน้าเกลียด บางคนหน้าตายังพอดูได้แต่ก็แสยะยิ้มจนน่ากลัว พวกมันโผล่มารวมหลายสิบกว่าคน ราวกับว่าพวกมันรอจังหวะที่จะปรากฏตัวมาตั้งแต่ต้น

แล้วกัน!” มิเนอร์ว่าถึงกับตกตะลึงว่าตนเองติดกับดักมาตั้งแต่แรก เช่นเดียวกับสองสาวที่รู้สึกไม่ต่างกัน

 

ส...แสดงว่าพวกเราหลงมาติดกับตั้งแต่แรกแล้วเอคิโดน่าส่งเสียงอย่างเจ็บปวด ขณะที่พยายามฝืนลุกขึ้นแม้เลือดจะไหลท่วมแขนขวาจนถือปืนไม่ไหว

 

หึหึหึ รู้หรือยัง ว่าที่โดนล้อมน่ะมันพวกเธอต่างหาก พวกแม่จอมอวดดีเอ๊ยแรงค์เยาะเย้ยทั้งสามอย่างเจ้าเล่ห์ในฐานะผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในขณะนี้

 

ท.....ทำไมกัน.... มิเนอร์ว่ายังคงไม่อยากรับความจริงข้อนี้ ที่คนที่เธอคบเป็นแฟนและเชื่อถือมาตลอดแม้จะอยู่คนละหน่วย กลับกลายเป็นคนที่หักหลังเธอและลูกน้องตัวเองได้ลงคอเช่นนี้

บอกมาหน่อยซิ ทำไมถึงหักหลังกันอย่างนี้น้ำเสียงของหญิงสาวปนเสียงสะอื้นตามออกมาด้วย ราวกับว่าเธอพยายามกลั้นไม่ให้น้ำตาไหลไปด้วย

 จำหนังที่ดูวันนี้ได้หรือเปล่าชายหนุ่มย้อนด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ ซึ่งมิเนอร์ว่าเองก็ทำสีหน้าคล้ายจะพูดว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน 

ก็ได้ งั้นจะเฉลยแรงค์ยังคงไว้ซึ่งสีหน้าเจ้าเล่ห์และแววตาอันชั่วร้ายผิดไปเป็นคนละคน อำนาจ ไงล่ะ อำนาจที่ทำให้ได้มาซึ่งทุกสิ่งที่ต้องการ และมีชีวิตรอดต่อไป เหมือนกับที่พระเอกในหนังที่เราดูเมื่อไม่นานนี้ทำไงล่ะ

ตอนที่หน่วยของชั้นจนมุม ชั้นรู้สึกได้ว่าพวกชั้น กองกำลัง Blue Fox อ่อนแอเกินไป ไม่สิ กองกำลังรีซิสแทนต์ไม่ว่าทำยังไงก็ไม่มีทางเอาชนะจักรวรรดิที่เพียบพร้อมทุกด้านได้ แน่นอน หนอนแมลงยังไงก็ไม่มีวันเทียบเคียงพระเจ้าได้อยู่แล้ว

     ทั้งสามคนได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มรู้สึกโกรธที่โดนดูถูก แต่อีกฝ่ายก็ยังกล่าวต่อไปราวกับเป็นการเยาะเย้ย

แต่เพราะชั้นมีแววดี พวกเขาจึงเสนอให้ชั้นภักดีต่อพวกเขา แล้วจะไว้ชีวิตและมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้ ดังนั้นชั้นก็เลย

 

ขายลูกน้องที่ไว้ใจตัวเองมาตลอดอย่างนั้นรึมิเนอร์ว่ากล่าวเสียงประชด น้ำตาไหลเอ่ออาบแก้มด้วยความรู้สึกอ่อนไหว ปนกับความโกรธตัวเองที่เคยหลงไว้ใจคนแบบนี้

 

อะไรกัน ๆ ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้ใส่ใจความรู้สึกแต่อย่างใด เป็นเรื่องปกติของมนุษย์อยู่แล้ว ไม่สิ เรื่องปกติของโลก ผู้อ่อนแอย่อมถูกเขมือบโดยผู้ที่ด้อยกว่า การทำเพื่อความอยู่รอดไม่ว่าวิธีใดก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดสักหน่อย ขายเพื่อนขายพ้อง